นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือ เอไอเอส ได้ชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิร์ตซ์ งวดที่ 3 จำนวน 1,881,488,000.00 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยแปดสิบเอ็ดล้านสี่แสนแปดหมื่นแปดพันบาทถ้วน ) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แก่ สำนักงาน กสทช. โดยมีนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป ซึ่งการชำระค่าคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิร์ตซ์ ครั้งนี้ นับเป็นการชำระเงินงวดที่ 3 หลังจากที่ เอไอเอส ได้ประมูลคลื่นความถี่มาเราก็เดินหน้าพัฒนา และยกระดับ คุณภาพมาตรฐานการให้บริการผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของโครงข่าย 5 จีให้มีศักยภาพ มากยิ่งขึ้น
“ถึงวันนี้ เอไอเอส ยังเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายที่ถือครองคลื่นความถี่มากที่สุด ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ ซึ่งถ้ารวมเฉพาะคลื่นความถี่ที่จะนำมาให้บริการ 5จี มีทั้งหมดอยู่ที่ 1330 เมกะเฮิร์ตซ์ บนคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่มีอยู่ จำนวน 30 เมกะเฮิร์ตซ์ (2×15 MHz), คลื่น 2600 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่มีอยู่จำนวน 100 เมกะเฮิร์ตซ์ และคลื่น 26 กิกะเฮิร์ทซ์ ที่มีอยู่จำนวน 1200 เมกะเฮิร์ตซ์ ส่งผลให้เอไอเอสยังคงยืนหยัด ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการ 3จี , 4จี และ 5จี มากที่สุดในอุตสาหกรรม รวม 1420 เมกะเฮิร์ตซ์ (ไม่รวมคลื่นที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ)
นายวรุณเทพ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน เอไอเอส 5จี ให้บริการครอบคลุมสูงสุดทั่วประเทศแล้วกว่า 85% และครอบคลุมใน พื้นที่กรุงเทพฯ ถึง 99% โดยเฉพาะคลื่น 700 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งเป็นโครงข่าย 5จี ที่มีแบนวิธกว้างที่สุดของอุตสาหกรรม ที่มีมาตรฐานระดับโลก ซึ่งที่ผ่านมา เอไอเอสในฐานะผู้นำตลาด เราให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเครือข่าย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมอยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่าคุณสมบัติของ 5จี จะมาพลิกโฉมการทำงานของทุกอุตสาหกรรม ที่ได้พิสูจน์แล้วว่าโครงข่ายอัจฉริยะ เอไอเอส 5 จี สามารถทำให้การรับ-ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น ความเสถียรมากขึ้น สามารถใช้ได้กับภาคธุรกิจ ที่ต้องการให้บริการงานที่ต้องการความแม่นยำสูง (Critical application) เช่น Mobile Cloud Gaming ที่ต้องการ Interactive แบบตอบสนองอย่างรวดเร็ว เรียล ไทม์ หรือแม้แต่ตัวอย่างสำหรับภาคอุตสาหกรรม เช่น การควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน การควบคุมรถยนต์ไร้คนขับ หรือการผ่าตัดทางไกล เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ เอไอเอส ที่ต้องการเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co
“ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในอุตสาหกรรม และการที่มีคลื่นความถี่ครบทุกย่านที่มีความสมบูรณ์แบบต่อการใช้งาน คือสิ่งที่ตอกย้ำว่า วันนี้เรามีความพร้อมที่จะรองรับโอกาสและการเติบโตในแง่ของผู้ใช้งานจากลูกค้าใหม่ที่เชื่อมั่นในบริการของเอไอเอสที่กำลังเพิ่มมากขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่กำลังเดินทางเข้ามาก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดจาก เอไอเอส เช่นเดียวกัน” นายวรุณเทพ กล่าว



