สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า ประชาชนในเมืองใหญ่หลายแห่งของเมียนมา นำโดยเมืองย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์ จัดการ “ประท้วงเงียบ” ที่หมายถึงการปิดทำการของร้านค้า และประชาชนไม่ออกมาสัญจรตามท้องถนน ตลอดวันอังคาร ซึ่งตรงกับวันครบรอบสองปี เหตุรัฐประหาร กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564


ขณะที่ชาวเมียนมาในต่างประเทศ รวมถึงในกรุงเทพมหานคร กรุงโตเกียว และกรุงมะนิลา ร่วมกันชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้าน “การยึดอำนาจอย่างผิดกฎหมาย”

อนึ่ง มาตรา 419 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 บัญญัติโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายใต้อำนาจรัฐบาลทหารของ พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ ระบุว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งคนปัจจุบันคือ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย และตอนนี้ยังควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการได้ “ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน”


ความเคลื่อนไหวภายในเมียนมาเกิดขึ้น หลังกระทรวงการคลังของสหรัฐออกแถลงการณ์ ขึ้นบัญชีดำกระทรวงพลังงานเมียนมา คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ (ยูอีซี) หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมา และเจ้าหน้าที่อีกหลายคนของบริษัทน้ำมันและก๊าซเมียนมา (เอ็มโอจีอี) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ


อนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมากำหนดกฎระเบียบใหม่หลายข้อ สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ส.ค. นี้ รวมถึง การที่พรรคการเมืองซึ่งต้องการร่วมแข่งขันในสนามการเลือกตั้งระดับชาติ ต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 100,000 คน จากเดิมคือ 90,000 คน และต้องพร้อมส่งผู้สมัครลงแข่งขันภายในระยะเวลา 60 วัน มิเช่นนั้นอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตพรรคการเมือง.

เครดิตภาพ : REUTERS