สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ว่า สถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี “อยู่ในระดับวิกฤติร้ายแรง” เนื่องจากสหรัฐเป็นฝ่ายเดินหน้าพฤติการณ์ข่มขู่คุกคาม และการเคลื่อนไหวเพื่อยั่วยุและเผชิญหน้าอย่างไร้สติ
ตราบใดที่รัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรยังคงดำเนินการเช่นนี้ อีกฝ่ายไม่ควรคาดหวัง “การเจรจา” จากรัฐบาลเปียงยาง ขณะที่กองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ) พร้อมตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวเชิงรุกทางทหารทุกรูปแบบ ของสหรัฐและพันธมิตร โดยการตอบโต้ของรัฐบาลเปียงยาง อาจรวมถึง “การเคลื่อนไหวของกองกำลังนิวเคลียร์ทรงพลังที่สุด”
(2nd LD) N. Korea warns of 'toughest reaction' to U.S. military drills with S. Korea https://t.co/rZpUfPX5yF
— Yonhap News Agency (@YonhapNews) February 2, 2023
ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลเปียงยางเกิดขึ้น หลังเครื่องบินเจ็ตทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ “บี-1บี” ของกองทัพสหรัฐ ฝึกซ้อมบินเหนือคาบสมุทรเกาหลี ร่วมกับอากาศยานของกองทัพเกาหลีใต้ ที่รวมถึงเครื่องบินขับไล่เอฟ-22 และ เอฟ-35
N. Korea warns tit-for-tat measures following U.S. pledge to deploy more strategic assets#NorthKorea #tit_for_tat #Arirang_News pic.twitter.com/fujcpTLw8c
— Arirang News (@arirangtvnews) February 2, 2023
ขณะที่ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวระหว่างการเยือนกรุงโซลในสัปดาห์นี้ ยืนยันความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงกับเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับ “ความสัมพันธ์แข็งแกร่งดั่งหินผา” ที่รวมถึงการมอบความสนับสนุนเกี่ยวกับอาวุธตามแบบอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธ ตลอดจนการฝึกซ้อมรบทางยุทธวิธี “ซึ่งจะมีการขยายขอบเขตให้เหมาะสมกับสถานการณ์”.
เครดิตภาพ : REUTERS



