สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงรายงานที่ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันเตรียมมอบความช่วยเหลือทางทหารชุดใหม่ให้แก่ยูเครน คิดเป็นวงเงินเพิ่มอีก 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 72,178.70 ล้านบาท) และอาจรวมถึงการส่งมอบขีปนาวุธซึ่งมีพิสัยทำการระยะไกลให้แก่อีกฝ่ายด้วย ว่า “ยิ่งขีปนาวุธที่ว่านั้นมีระยะทำการไกลเท่าไหร่ กองทัพรัสเซียจะยิ่งผลักดันให้กองพลปืนใหญ่ของยูเครนถอยร่นออกไปจากพื้นที่ซึ่งถือเป็นดินแดนของรัสเซีย มากยิ่งขึ้นเท่านั้น”

บรรยากาศวังเวงบนแนวรบแดนหน้า ในภูมิภาคโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน


ทั้งนี้ สหรัฐเพิ่งยืนยัน การส่งมอบรถถัง “เอ็ม 1 เอบรามส์” จำนวน 31 คัน ให้แก่รัฐบาลเคียฟ แต่ปฏิเสธการมอบความสนับสนุนด้านเครื่องบินขับไล่ให้แก่อีกฝ่าย ขณะที่กองทัพอากาศยูเครนยอมรับว่า หากได้รับความสนับสนุนด้านอากาศยานต่อสู้จริง กำลังพลต้องเสียเวลาฝึกในอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากเจ้าหน้าที่คุ้นเคยกับการใช้งานเครื่องบินขับไล่ของสหภาพโซเวียตและรัสเซียมาตลอด


ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศออสเตรียประกาศว่า นักการทูตรัสเซีย 4 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเวียนนา 2 คน และสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ กรุงเวียนนา 2 คน มีสถานะเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และต้องเดินทางออกไปภายในวันที่ 8 ก.พ. นี้ โดยระบุเหตุผลเพียงว่า นักการทูตทั้งสี่คนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อประเทศเจ้าบ้านและยูเอ็น.

เครดิตภาพ : REUTERS