นพ.ดุสิต ชำชัยภูมิ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีค่าฝุ่นสูงเป็นอันดับต้นของโลกในขณะนี้ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงว่า สปสช. มีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่มีปัจจัยด้านสภาพอากาศ ทั้งกระแสลมหรือฝนที่จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ ประกอบกับไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มคุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง ที่ส่งผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว. โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการเร่งลดผลกระทบด้านสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถใช้กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) เป็นกลไกสำคัญในการจัดทำโครงการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อหน้ากากป้องกัน PM2.5 ให้กับกลุ่มเสี่ยง การสนับสนุนอุปกรณ์หรือพื้นที่ปลอดฝุ่นในชุมชน ตลอดจนการให้ความรู้ในการป้องกันตนเอง
นพ.ดุสิต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สปสช. ยังได้ผลักดันแนวทางห้องเรียนปลอดฝุ่นร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อดูแลเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ โดยส่งเสริมให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษาในพื้นที่ สามารถปรับสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 ทั้งในด้านอุปกรณ์และการจัดการภายในห้องเรียน ถือเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็กในระยะยาว ซึ่งสามารถใช้กลไก กปท. เข้ามาสนับสนุนได้เช่นกัน
ทั้งนี้ สปสช. ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง พิจารณาปรับแผนหรือจัดทำโครงการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงทีในช่วงที่คุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับวิกฤต
สามารถดาวน์โหลด ตัวอย่างการเขียนโครงการได้ที่ลิงก์นี้ :
โครงการป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)
https://drive.google.com/…/12i084aqST6tilVgHafjQr...



