เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดอายัดทรัพย์เพิ่มเติมจากกลุ่มฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งเป็นเครือข่ายของนายเบน สมิธ นายยิม เลียก โดยรวม 8 พันล้านบาท  โดยหุ้นที่ถูกยึดอายัดคือ หุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยที่ผู้ถือหุ้นฟินันเซีย คือบริษัทพิลกริม และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทพิลกริม เป็นอดีต รมช.คลัง ในรัฐบาล “อนุทิน 1” และจากการเข้าไปยึดอายัดทรัพย์ครั้งนี้ ทำให้ ปปง. เชื่อว่าหุ้นดังกล่าวเป็นของกองทุนที่เกี่ยวโยงกับนายเบน สมิธ

นายกรณ์  กล่าวต่อว่า ในฐานะ รมว.คลัง ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  ได้มีการให้ ก.ล.ต. ดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้แล้วหรือไม่  อีกทั้งประธาน ก.ล.ต. ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่เคยร่วมลงนามใน MOU ที่วันนี้ถูกยกเลิกไปแล้วกับกองทุนของนายเบน สมิธ ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตามมาตรา 157  แต่ก็ยังดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ ประเด็นนี้มีความเหมาะสมอย่างไร และเป็นอุปสรรคต่อการที่จะขับเคลื่อนการกำจัดกลุ่มฟอกเงินทุนเทาในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่

นายเอกนิติ ชี้แจงว่า ตนเองได้กำชับ เลขาธิการ ก.ล.ต. และนายกรณ์ก็รู้ว่า ตนเป็นคนที่เน้นเรื่องความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต เพราะฉะนั้นคนโกงทั้งหมด เราก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยหรือเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นประธานแห่งไหน สิ่งหนึ่งที่เราต้องยึดหลัก คือยึดหลักความถูกต้องโปร่งใส แล้วตนเองได้กำชับเลขาฯ ก.ล.ต. ให้นำข้อมูลหลักฐานและประสานกับต่างประเทศ ถ้ามีหลักฐานอย่างชัดเจน คิดว่าก็ต้องดำเนินการให้สุดทาง ให้เป็นไปตามกฎหมาย วันนี้ถ้ามีข้อมูลใดๆ ก็ยินดี ก็ขอให้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายให้ถูกต้อง