เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 พ.ค.69 ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 8 ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานพิธีอำนวยพรผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ฮิจเราะห์ศักราช 1447 โดยมี นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี Mr. Adil Alfwzan รองเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง นางกรรณิการ์ เปรมประเสริฐ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 2) นายไพศาล พรหมยงค์ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสมุทรปราการ ผศ.ดร.วิศรุต เลาะวิถี รองประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายชาติชาย บัลบาห์ ได้อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

จากนั้น รมช.มหาดไทย กล่าวเปิดและอำนวยพร จุฬาราชมนตรี กล่าวอำนวยพร และนำกล่าวขอพร (ดุอาอ์) ให้แก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ และในช่วงท้ายของพิธี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วยจุฬาราชมนตรี ได้ร่วมกันมอบพัดลมพกพาเพื่อผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ได้ใช้ประโยชน์ขณะประกอบศาสนกิจ

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า วันนี้คือวันแห่งเกียรติยศของชีวิตที่พี่น้องทุกท่านได้รับการเชิญจากอัลลอฮ์ให้เดินทางสู่นครเมกกะ “แผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ที่หัวใจของผู้ศรัทธาทั่วโลกเฝ้าถวิลหาฮัจญ์” ซึ่งไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือบททดสอบของอีหม่าน คือ การละวางตัวตนและการยืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์ ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ โดยทุกท่านกำลังจะก้าวข้ามสู่เส้นทางแห่งศรัทธา จงรักษาเจตนาให้บริสุทธิ์ จงอดทนต่อความเหน็ดเหนื่อย และยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนาอย่างเคร่งครัด ขอให้ทุกก้าวย่างเป็นย่างก้าวแห่งความดี ทุกคำวิงวอนเป็นคำวิงวอนที่ถูกตอบรับ และทุกหยาดเหงื่อเป็นพยานแห่งศรัทธาของท่านในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน

“ผมขอฝากหัวใจของแผ่นดินนี้ไปกับทุกท่าน ขอให้ท่านช่วยวิงวอนต่ออัลลอฮ์ เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ เพื่อความสามัคคีของประชาชน และเพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูกหลานของเรา ภาครัฐจะยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องดูแลท่าน” รมช.มหาดไทย กล่าว


รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นพัฒนากิจการฮัจญ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นธรรม ทั้งขยายโอกาสให้พี่น้องมุสลิมได้เดินทางไปประกอบพิธีเพิ่มมากขึ้น โดบรัฐบาลได้ประสานงานและเจรจาเชิงรุกกับทางการราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และหน่วยงานที่ให้บริการในเทศกาลฮัจญ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มการบริการและปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ บริหารจัดการค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านน้ำหนักสัมภาระ และการบริการอาหารตลอดการเดินทาง รวมถึงด้านที่พักอาศัย ได้ให้บริษัทมาชาริกยกระดับมาตรฐานเต็นท์ที่พักในทุ่งมีนา ทั้งระบบปรับอากาศและสุขอนามัยให้มีความสมบูรณ์ที่สุด

“ขอให้พี่น้องที่เดินทางไปในครั้งนี้ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะหรือหากมีบางสิ่งที่ไม่ตรงกับที่บริษัทแจ้งมา ขอให้แจ้งมาที่กรมการปกครองเพื่อนำข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเหล่านี้เข้ามาอยู่ในกระบวนการพิจารณาเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพื่อดูแล เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนชาวไทย มุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีต่อไป”รมช.มหาดไทย กล่าว


รมช.มหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยยึดมั่นโดยตลอด คือความโปร่งใส โดยการคืนเงินเหลือจ่ายจากการให้บริการและส่วนต่างค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน จำนวนกว่า 62 ล้านบาท ให้แก่ผู้แสวงบุญในเทศกาลฮัจญ์ ประจำปี 2568 ไปแล้ว 2,002 ราย รวมกว่า 40 ล้านบาท และอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เหลือ 4,601 ราย พร้อมได้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เพื่อดูแลและสนับสนุนพี่น้องทุกท่านในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเช็คอิน การบริหารจัดการสัมภาระ ตลอดจนกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง และความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางสู่ห้วงเวลาแห่งศรัทธาในครั้งนี้ จะเป็นไปอย่างสง่างาม และเปี่ยมด้วยความสุขสันติ ปฏิบัติศาสนกิจได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักศาสนา

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การประกอบพิธีฮัจญ์เป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยศาสดาอิบรอฮีม โดยเป็น 1 ใน 5 หลักปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิมที่ชาวมุสลิมทุกท่านปรารถนาที่จะกระทำพิธีกรรมทางศาสนาอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งในเทศกาลฮัจย์ทุกปี จะมีพี่น้องมุสลิมทั่วทุกมุมโลกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ประมาณ 3 ล้านคน และในปีนี้ มีชาวไทยมุสลิมรวม 7,037 คน ร่วมในพิธีดังกล่าว ทั้งนี้ มีพี่น้องชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ไปยังเมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 18 เมษายน – 23 พฤษภาคม 2569 จำนวน 8 เที่ยวบิน 2,369 คน และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา จำนวน 13 เที่ยวบิน 4,668 คน.



