หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำทีมเดินทางลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายไทย (นอมินี) ในแหล่งท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเชื่อมโยงในระบบจดทะเบียนบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายนอมินีรวมกว่า 50,000 รายทั่วประเทศ ในพื้นที่ 8 จังหวัดเสี่ยง มีรายละเอียดดังนี้
1. อำเภอบางละมุง (พัทยา) จังหวัดชลบุรี
พื้นที่ที่มีการจดทะเบียนบริษัทหนาแน่นที่สุด โดยมีบริษัทจำกัดทั้งหมด 33,314 ราย เป็นบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนสูงถึง 19,910 ราย (คิดเป็น 59.76%) โดยมีต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไปจำนวน 685 ราย และถือหุ้นสัดส่วน 0.01-49.99% จำนวน 19,225 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: จีน (4,099 ราย / 21%), อังกฤษ (2,289 ราย / 11%) และ รัสเซีย (2,137 ราย / 11%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: อินเดีย (8%), เยอรมัน (4%), อเมริกัน (4%), ฝรั่งเศส (4%), ออสเตรเลีย (4%), เกาหลีใต้ (2%) และ อิสราเอล (2%)

2. จังหวัดภูเก็ต
หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ มีบริษัทจำกัดทั้งหมด 29,646 ราย โดยมีต่างชาติร่วมลงทุน 11,626 ราย (คิดเป็น 39.22%) แบ่งเป็นกลุ่มต่างชาติถือหุ้นใหญ่ 50% ขึ้นไป 239 ราย และถือหุ้นส่วนน้อย 0.01-49.99% อีก 11,387 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: รัสเซีย (2,322 ราย / 20%), จีน (1,147 ราย / 10%) และ อังกฤษ (1,123 ราย / 10%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: ฝรั่งเศส (9%), ออสเตรเลีย (4%), อเมริกัน (4%), อิตาเลียน (3%), เยอรมัน (3%), อินเดีย (2%) และ สวีเดน (2%)

3. อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีบริษัทจำกัดทั้งหมด 12,050 ราย พบเป็นบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนถึง 8,213 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นการถือหุ้นในสัดส่วน 0.01-49.99% จำนวน 8,160 ราย และมีกลุ่มที่ต่างชาติถือหุ้นเกินครึ่งหนึ่ง 53 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: ฝรั่งเศส (1,937 ราย / 24%), อังกฤษ (1,077 ราย / 13%) และ รัสเซีย (885 ราย / 11%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: จีน (6%), อิสราเอล (5%), เยอรมัน (5%), อเมริกัน (4%), ออสเตรเลีย (3%), สวิส (2%) และ อิตาเลียน (2%)

4. อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีบริษัทจำกัดทั้งหมด 4,761 ราย เป็นบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุน 3,213 ราย โดยมีต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 25 ราย และถือหุ้น 0.01-49.99% จำนวน 3,188 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: อิสราเอล (720 ราย / 22%), ฝรั่งเศส (426 ราย / 13%) และ อังกฤษ (359 ราย / 11%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: รัสเซีย (10%), เยอรมัน (6%), อเมริกัน (4%), อิตาเลียน (3%), ยูเครน (2%), ออสเตรเลีย (2%) และ เบลเยียม (2%)

5. อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
มีบริษัทจำกัดทั้งหมด 4,061 ราย เป็นบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุน 2,081 ราย (คิดเป็น 51.24%) โดยมีต่างชาติถือหุ้นเกินครึ่ง 35 ราย และถือหุ้นสัดส่วน 0.01-49.99% จำนวน 2,046 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: อังกฤษ (355 ราย / 17%), สวีเดน (231 ราย / 11%) และ ฝรั่งเศส (174 ราย / 8%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: เยอรมัน (6%), นอร์เวย์ (6%), จีน (5%), รัสเซีย (4%), เดนมาร์ก (4%), สวิส (4%) และ อเมริกัน (4%)

6. จังหวัดกระบี่
มีบริษัทจำกัดทั้งหมด 3,587 ราย มีต่างชาติร่วมลงทุน 749 ราย (คิดเป็น 20.88%) แบ่งเป็นต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 13 ราย และถือหุ้นสัดส่วนรองลงมา 736 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: อังกฤษ (92 ราย / 12%), สวีเดน (89 ราย / 12%) และ ฝรั่งเศส (79 ราย / 11%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: อเมริกัน (7%), อิตาเลียน (5%), เยอรมัน (4%), จีน (4%), รัสเซีย (3%), อินเดีย (3%) และ ออสเตรเลีย (3%)

7. จังหวัดพังงา
มีบริษัทจำกัดทั้งหมด 1,685 ราย มีต่างชาติร่วมลงทุน 346 ราย (คิดเป็น 20.53%) โดยมีกลุ่มต่างชาติถือหุ้น 50% ขึ้นไป 12 ราย และถือหุ้นสัดส่วน 0.01-49.99% จำนวน 334 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: เยอรมัน (39 ราย / 11%), อังกฤษ (26 ราย / 8%) และ สวีเดน (24 ราย / 7%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: ฝรั่งเศส (6%), อเมริกัน (5%), รัสเซีย (4%), ออสเตรเลีย (3%), สิงคโปร์ (3%), จีน (3%) และ สวิส (3%)

8. อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดเล็กแต่พบสัดส่วนต่างชาติน่าสนใจ โดยมีบริษัทจำกัดทั้งหมด 139 ราย มีต่างชาติร่วมลงทุน 50 ราย (คิดเป็น 35.97%) แบ่งเป็นต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 2 ราย และถือหุ้นสัดส่วนรองลงมา 48 ราย
- สัญชาติที่ถือหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรก: อังกฤษ (9 ราย / 18%), อเมริกัน (6 ราย / 12%) และ อิสราเอล (5 ราย / 10%)
- สัญชาติอื่นๆ ในท็อปเทน: เยอรมัน (10%), เนเธอร์แลนด์แอนทิลลิส (8%), จีน (6%), อิตาเลียน (4%), แคเนเดียน (4%), สิงคโปร์ (4%) และ สเปน (4%)

บทลงโทษรุนแรงและแนวทางเชิงลึกของภาครัฐ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเน้นย้ำว่า การตรวจสอบจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทที่มีลักษณะผิดสังเกต เช่น ให้สิทธิคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจเต็มแม้จะถือหุ้นส่วนน้อย หรือกรณีที่มีคนไทยถือหุ้นหรือเป็นกรรมการซ้ำซ้อนในหลายๆ บริษัทในลักษณะเอื้อประโยชน์
พฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะทำลายระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นแล้ว ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 และมาตรา 37 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหลังจากนี้ทางนายทะเบียนจะเพิ่มความเข้มข้นในการสแกนเส้นทางการเงินก่อนรับจดทะเบียน หากพบว่าไม่มีการลงทุนจริงหรือเข้าข่ายนอมินีจะปฏิเสธการจดทะเบียนทันที โดยยังคงคำนึงถึงความสมดุลในการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายควบคู่กันไปด้วย



