สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า  แม้จีนจะยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์เป็นส่วนใหญ่ และเริ่มกลับมาเปิดกิจการต่าง ๆ ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่ลูกค้าที่เข้าสตาร์บัคส์ยังคงมีจำนวนน้อย เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ยอดขายเทียบเท่าในจีนลดลง 29% ในไตรมาสแรก และทำให้ยอดขายเทียบเคียงระหว่างประเทศโดยรวมลดลง 13% นอกจากนี้ ยอดขายเทียบเคียงทั่วโลกของสตาร์บัคส์เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.75%

ร้านสตาร์บัคส์ สาขาหนึ่งในกรุงปักกิ่ง

แม้นักวิเคราะห์ของ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล กล่าวว่า แนวโน้มระยะสั้นในจีนจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การยกเลิกข้อจำกัดต่าง ๆ อาจส่งผลดีต่อสตาร์บัคส์ โดยได้แรงหนุนจากเครื่องดื่มเย็นที่มีราคาสูงกว่า และสมาชิกในโปรแกรม “สตาร์บัคส์ รีวอร์ดส์” ที่เพิ่มขึ้น 15% ในสหรัฐตลอดปีที่แล้ว เป็น 30.4 ล้านคน

สตาร์บัคส์ รายงานยอดขายเทียบเคียงที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 10% ในอเมริกาเหนือ เนื่องด้วยกลุ่มคนหนุ่มสาวกับคนร่ำรวยที่รักกาแฟ ต่างไม่สนใจแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และยังคงสั่งซื้อกาแฟ, เครื่องดื่มเย็น รวมถึงรายการอาหารเพิ่มเติมต่อไป

อย่างไรก็ดี สตาร์บัคส์ รายงานเสริมว่า อัตรากำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้อยู่ที่ 14.4% ซึ่งลดลงจาด 14.6% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากการลงทุนอย่างมาก ในการปรับปรุงร้านให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี เช่นเดียวกับต้นทุนค่าแรงและวัตถุดิบที่สูงขึ้น.

เครดิตภาพ : REUTERS