สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า คณะลูกขุนศาลรัฐบาลกลางในเมืองซานฟรานซิสโก มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันศุกร์ ว่า นายอีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ระดับโลกของสหรัฐ “ไม่ต้องรับผิด” จากการทวีตข้อความเมื่อปี 2561


ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าว มัสก์ทวีตข้อความ เกี่ยวกับแผนการนำเทสลาออกจากตลาดหลักทรัพย์ ด้วยวิธีการซื้อหุ้นคืน ในราคาหุ้นละ 420 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14,002.80 บาท) และกล่าวด้วยว่า “มีแหล่งเงินทุนพร้อมแล้ว” ซึ่งแน่นอนว่า การทวีตดังกล่าวของมัสก์ ส่งผลให้ราคาหุ้นของเทสลาพุ่งทะยาน แต่หลังจากนั้น มัสก์กลับเปลี่ยนใจ ด้วยการประกาศว่า “เทสลาจะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป” คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เอสอีซี) จึงมองว่า “เข้าข่ายเป็นเจตนาปั่นหุ้น” และฉ้อโกงหลักทรัพย์

นายอีลอน มัสก์ ให้การต่ออัยการศาลเมืองซานฟรานซิสโก เกี่ยวกับการทวีตของตัวเอง ในการขายหุ้นเทสลา เมื่อปี 2561


ด้านมัสก์ให้การต่อศาลว่า ทวิตเตอร์ ซึ่งเขาซื้อเทคโอเวอร์กิจการเพื่อเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว “คือแพลตฟอร์มเป็นประชาธิปไตยที่สุดในการสื่อสาร” อย่างไรก็ตาม “ใช่ว่าการทวีตของเขาทุกครั้งต้องมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นเทสลาเสมอไป”


หลังการประกาศมติของคณะลูกขุน ราคาหุ้นของเทสลาปรับตัวสูงขึ้น 1.6% ขณะที่ทนายความของฝ่ายนักลงทุนซึ่งเป็นโจทก์ในการฟ้องร้องแบบกลุ่มครั้งนี้ กล่าวว่า “ผิดหวัง” ต่อคำตัดสินที่ออกมา และกำลังพิจารณา “ดำเนินการขั้นต่อไป” ด้านมัสก์แสดงความยินดีต่อมติของคณะลูกขุน ขณะที่ผู้สันทัดกรณีหลายคนวิเคราะห์มติของคณะลูกขุน “น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง” ว่าอาจพิจารณาตาม “ความเปลี่ยนแปลงของตลาด” และเชื่อว่า มัสก์ต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสาร หลังจบสิ้นคดีนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS