เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ควรจะเดินหน้าพิจารณาต่อ ว่า ถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ อาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทย ในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย เพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร 

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้นๆ ลงๆ ทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลว่าจริงหรือไม่ แต่จากที่ตนหาข้อมูล เรือที่ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าที่ถ่ายทั้งลำ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่การนำสินค้าจากประเทศหนึ่ง ไปสู่ปลายทางทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการรวมสินค้าจากแต่ละท่าเรือ และทำการถ่ายลำแยกสินค้าเพื่อไปประเทศต่างๆ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ประโยชน์เรื่องเวลาจากการขนถ่าย หากเขาถ่ายสินค้าที่ชายฝั่งไทย เขาก็ต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเชิญชวนให้มีการนำสินค้าถ่ายลำเข้ามามากขึ้น 

เมื่อถามว่า โครงการนี้จะเริ่มได้เมื่อไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราจะเริ่มภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนจะเริ่มสร้างที่จุดใดนั้น เราต้องสอบถามผู้ลงทุนก่อน โดยจะเป็นการเรียกประมูล ทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน โดยก่อนจะดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน 

เมื่อถามต่อว่า กระทรวงคมนาคมจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เมื่อใด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า น่าจะช่วงเดือน มิ.ย. จนถึงเดือน ก.ค. ซึ่งจะเร่งนับหนึ่งให้ได้ภายในปีนี้ เมื่อถามอีกว่า โครงการนี้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนเท่าไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เขาตั้งไว้ว่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน เราจะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เขามาลงทุน 

เมื่อถามย้ำว่า จะต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องทำ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่เอ็นจีโอ เขาก็ตั้งท่าอยู่แล้ว นายพิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ตนจะลงพื้นที่เพื่อดูโครงการแลนด์บริดจ์ช่วงเดือน พ.ค. นี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้.