สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ลงนามในคำสั่งปลดนายมาซาโยชิ อาราอิ ออกจากตำแหน่งเลขาธิการด้านนโยบายเศรษฐกิจและการค้า เนื่องจากการแสดงความเห็น “ที่รุนแรงและไม่สอดคล้องอย่างสิ้นเชิงต่อนโยบายของรัฐบาล” ขณะเดียวกัน ผู้นำญี่ปุ่น “ขออภัยต่อทุกฝ่ายซึ่งได้รับผลกระทบ” จากถ้อยคำของอาราอิ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังสื่อท้องถิ่นแทบทุกแห่งในญี่ปุ่น พร้อมใจกันตีพิมพ์และเผยแพร่การให้สัมภาษณ์ของอาราอิ ว่า เขาไม่ต้องการ “ใช้ชีวิตร่วมอยู่ในสังคมเดียวกันกับกลุ่มเพศทางเลือก” หรือ แอลจีบีที ยิ่งไปกว่านั้นยังกล่าวอีกว่า “ไม่อยากแม้แต่จะชายตามอง” จุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์และถกเถียงอย่างหนักในสังคมของญี่ปุ่น แม้ต่อมา อาราอิออกมาขอโทษ และตำหนิสื่อว่า “ตีความผิด”
Japanese Prime Minister Fumio Kishida says he has sacked a close aide after discriminatory remarks he recently made against sexual minorities came to lighthttps://t.co/c82jZdVUlg#KyodoNewsPlus
— Kyodo News | Japan (@kyodo_english) February 4, 2023
เนื่องจากคิชิดะเพิ่งกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า การบัญญัติกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน หรือการสมรสเท่าเทียม ให้มีผลบังคับใช้ในระดับเดียวกันทั่วประเทศ ต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดและถี่ถ้วนในทุกมิติ ด้วยความที่จะเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ให้กับโครงสร้างทางสังคมของญี่ปุ่นตั้งแต่ฐานราก นั่นคือ ครอบครัว
อนึ่ง ญี่ปุ่นเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี 7” เพียงประเทศเดียว ที่ยังไม่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน หรือแม้แต่การอนุมัติสถานะคู่ชีวิตทางสังคม และการจัดตั้งสหภาพสำหรับกลุ่มเพศทางเลือก.
เครดิตภาพ : REUTERS



