สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า หนังสือพิมพ์ “บิลด์ อัม ซอนทาก” ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ลงในฉบับวันอาทิตย์ มีเนื้อหาในตอนหนึ่งว่า ได้มีการ “เห็นชอบร่วมกัน” กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ว่าอาวุธยุทธโธปกรณ์ทุกแบบที่รัฐบาลเคียฟได้รับความสนับสนุนจากตะวันตก จะต้องไม่ใช้โจมตี “แผ่นดินของรัสเซีย”


อย่างไรก็ตาม ผู้นำเยอรมนีไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจน ว่า “แผ่นดินของรัสเซีย” รวมถึง พื้นที่พิพาทไม่ว่าจะเป็น คาบสมุทรไครเมีย และ 4 เขตในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งรัฐบาลมอสโกผนวกรวมเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้วด้วยหรือไม่ ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคียร์ซอน และซาโปริชเชีย


เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เปรียบเทียบการที่เยอรมนีเตรียมส่งถัง “เลพเพิร์ด 2” จำนวน 14 คัน ให้แก่ยูเครน กับ“ยุทธการสตาลินกราด” ที่กองทัพสหภาพโซเวียตมีชัยเหนือกองทัพนาซี บนสมรภูมิแนวรบตะวันออกของสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวครบรอบ 80 ปีในปีนี้ ว่า “เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่สมเหตุสมผล” เพียงเพื่อ “เพิ่มความชอบธรรม” ให้แก่ตัวเอง ในการทำสงครามกับยูเครนเท่านั้น


ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงกลาโหมของรัสเซียและยูเครนรายงานตรงกัน เรื่องการที่รัฐบาลมอสโกปล่อยตัวเชลยศึกชาวยูเครน 55 คน และรัฐบาลเคียฟปล่อยตัวเชลยศึกชาวรัสเซีย 63 คน ทั้งนี้ เชลยศึกชาวยูเครนที่ได้รับอิสรภาพ รวมถึงนักรบจากสมรภูมิมาริอูโปล ส่วนเชลยศึกชาวรัสเซียที่ได้รับการปล่อยตัว รวมถึง “กลุ่มวีไอพี” ซึ่งต้องมีบุคคลที่สามมาช่วยเจรจา คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ).

เครดิตภาพ : REUTERS