สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเกี่ยวกับ รายงานการตรวจพบ “เรือเหาะ” ลอยอยู่ในเขตน่านฟ้าของภูมิภาคลาตินอเมริกา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “เป็นของรัฐบาลปักกิ่ง” แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจทางพลเรือน และเพื่อทดสอบการบินเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้เรือเหาะเคลื่อนที่ออกจากเส้นทางซึ่งมีการวางแผนไว้ “โดยสุดวิสัย” ส่งผลให้เรือเหาะปรากฏตัวในบริเวณนั้น “โดยไม่เจตนา”


นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนยื่นหนังสือต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เกี่ยวกับการที่สหรัฐส่งเครื่องบินรบปล่อยขีปนาวุธ ยิงทำลาย “เรือเหาะรวบรวมข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา” ของรัฐบาลปักกิ่ง ว่า การดำเนินการดังกล่าว “ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง และจะเป็นการทำลายความพยายามระดับทวิภาคี” ในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ นับตั้งแต่การประชุมร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ที่บาหลี เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว


เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุต่อไปว่า รัฐบาลปักกิ่งจับตาการเคลื่อนไหวของสหรัฐนับจากนี้อย่างใกล้ชิด และ “ยังคงมีความชอบธรรมที่จะตอบโต้”


อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังคงยืนยันว่า วัตถุต้องสงสัยดังกล่าวลอยเข้ามาในน่านฟ้าอธิปไตยของรัฐบาลวอชิงตัน โดยมีวัตถุประสงค์ “เพื่อการสอดแนมข้อมูลอ่อนไหวทางทหาร” โดยบอลลูนปรากฏตัวในเขตน่านฟ้าของสหรัฐเป็นครั้งแรก ที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นเคลื่อนตัวเข้าสู่น่านฟ้าของแคนาดา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา แล้วกลับเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐอีกครั้ง ที่รัฐไอดาโฮ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ต่อจากนั้น วัตถุเคลื่อนตัวผ่านแผ่นดินของสหรัฐตลอด จึงยากแก่การยิง


ขณะที่ ไบเดน ตอบโต้เสียงวิจารณ์ของพรรครีพับลิกันว่า “ช้าเกินไป” ในเรื่องนี้ โดยยืนกรานว่า สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงจัดการกับบอลลูนตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ได้รับคำเตือนจากคณะที่ปรึกษาว่า ควรรอให้บอลลูนลอยอยู่เหนือ “พื้นที่ปลอดภัยกว่านี้” ก่อน จนมีการใช้ขีปนาวุธยิงทำลาย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา .

เครดิตภาพ : REUTERS