นายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดเเผยถึงแผนดำเนินธุรกิจในปี 66 หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารประจำประเทศไทยคนใหม่ ว่า หัวเว่ย จะร่วมผลักดันประเทศไทยให้ขึ้นสู่การขึ้นเป็นดิจิทัล ฮับ แห่งอาเซียน โดยเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ในเรื่อง 5 จี คลาวด์ พลังงานดิจิทัล และอีโคซิสเต็ม ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ พร้อมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ในไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดั ดัชนีความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับโลก (จีซีไอ) ให้แก่ประเทศไทย และยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านไอซีทีของไทยให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในท้องถิ่นต่างๆ

“บริษัทวางเป้าหมายสร้างบุคลากรไอซีทีในไทย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีให้ได้ถึง 20,000 คน ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดโครงการด้านการฝึกอบรมต่าง ๆ ของหัวเว่ย เช่น โครงการบ่มเพาะธุรกิจเอสเอ็มอี สปาร์ค อิกไนท์ ที่ช่วยเหลือสตาร์ทอัพแล้วกว่า 1,7000 ราย และ โครงการรถดิจิทัล เพื่อสังคมที่จะต่อยอดให้ครอบคลุมในพื้นที่ 10 จังหวัด ฝึกอบรมนักเรียนให้ถึง 2,000 คน”

นายเดวิด กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หัวเว่ย ประเทศไทย วางแผนจะขยายการเติบโตของกลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล ให้เป็นผู้นำตลาดประเทศไทย เพื่อช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (จีดีพี) ให้เพิ่มขึ้น ด้วยเทคโนโลยีและโซลูชั่น และหลักปฏิบัติด้านพลังงานดิจิทัลของ หัวเว่ย มาช่วยผลักดันให้ไทยมุ่งสู่ ผู้นำในอาเซียนด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนด้วย

“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ย ได้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมาตลอด ครอบคลุมทั้งด้านการโครงข่าย และการประยุกต์ใช้ 5จี ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ การติดตั้งศูนย์ ข้อมูลคลาวด์ในประเทศไทยถึง 3 แห่ง และการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์กว่า 300 ราย การนำโซลูชั่น มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมของไทยกว่า 10 ประเภท การร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการมีส่วนร่วมพัฒนาบุคลากรด้านไอซีทีไทย กว่า 60,000 ราย” นายเดวิด กล่าว.