สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ แถลงประจำปีต่อที่ประชุมใหญ่ของสภาคองเกรส เมื่อวันอังคาร มีเนื้อหาสำคัญในตอนหนึ่งว่า รัฐบาลวอชิงตันมีความพร้อม “ทำงานร่วมกัน” กับจีน ในมิติของการขับเคลื่อนผลประโยชน์ของสหรัฐ และการสร้างผลดีให้แก่ทุกภาคส่วนบนโลก
President Biden: "But make no mistake: as we made clear last week, if China’s threatens our sovereignty, we will act to protect our country. And we did."#sotu2023 #SOTU pic.twitter.com/VVRqXOYAiW
— CSPAN (@cspan) February 8, 2023
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่ง “ไม่ควรทำผิดพลาดอีกเหมือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” เนื่องจากสหรัฐเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า หากจีนข่มขู่หรือละเมิดอธิปไตยของประเทศ รัฐบาลวอชิงตันพร้อมดำเนินการ และ “ปฏิบัติจริง” สื่อถึงเหตุการณ์ “วัตถุต้องสงสัย” ที่สหรัฐกล่าวหาว่า เป็น “บอลลูนสอดแนม” ลอยเข้ามาในเขตน่านฟ้าของสหรัฐ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และไบเดนสั่งการให้กองทัพส่งเครื่องบินขับไล่ยิงขีปนาวุธทำลายบอลลูน แม้หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า “ช้าเกินไป”

ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐเรียกร้อง “ความสมานฉันท์” กับพรรครีพับลิกัน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนบ้านเมืองให้ก้าวไปข้างหน้า อนึ่ง พรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมาในสภาผู้แทนราษฎร หลังชนะการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ท่ามกลางการคาดหมายของหลายฝ่ายว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่รัฐบาลไบเดนจะเผชิญกับความยากลำบาก ในการขอให้สภาคองเกรสอนุมัติกฎหมายหลายเรื่อง ในระยะเวลาอีก 2 ปีหลังจากนี้
President Biden: And to my Republican friends who voted against it but still ask to fund projects in their districts, don’t worry.
— CSPAN (@cspan) February 8, 2023
I promised to be the president for all Americans.
We’ll fund your projects. And I’ll see you at the ground-breaking.#SOTU #sotu2023 pic.twitter.com/Iud2WVb4kC
ด้วยเหตุนี้ จึงมีการวิเคราะห์อีกเช่นกันว่า การแถลงสุนทรพจน์ครั้งนี้ เสมือนเป็นการ “อุ่นเครื่อง” ก่อนศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในปี 2567 จึงเป็นเหตุผลว่า การกล่าวครั้งนี้เน้นนโยบายต่างประเทศน้อยมาก โดยมีการกล่าวเรื่องยูเครนเพียงประปราย.
เครดิตภาพ : REUTERS



