สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมานากัว ประเทศนิการากัว เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า ศาลสูงของนิการากัวมีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง “ซึ่งถือเป็นผู้ทรยศชาติ” 222 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคคลในหลากหลายสาขาอาชีพ และถือเป็น “ปรปักษ์ทางการเมือง” ของประธานาธิบดีดาเนียล ออร์เตกา พร้อมทั้งย้ำว่า กลุ่มคนเหล่านี้ “ต้องถูกผลักดันออก” ภายในอนาคตอันใกล้ ซึ่งรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุในเวลาต่อมาว่า จุดหมายปลายทางของ “เกือบทุกคน” คือ สหรัฐ
Primeras imágenes de la expresa política nicaragüense Dora María Téllez, mientras es recibida por familiares y amigos a su llegada a #EEUU tras la sorpresiva liberación de 222 opositores que habían sido condenados y ahora liberados por el gobierno de Daniel Ortega de #Nicaragua. pic.twitter.com/hpbC3NIDbE
— Voz de América (@VozdeAmerica) February 9, 2023
ขณะที่ทำเนียบขาวส่งหนังสือถึงนายเควิน แมคคาร์ธีย์ ประธานสภาคองเกรส เพื่อแจ้งว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน อนุญาตให้พลเมืองนิการากัวเหล่านี้ เดินทางเข้าสหรัฐได้ “ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม” ด้านนายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันมีความยินดีต่อการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลออร์เตกา แต่ยืนยันว่า “เป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียว” และจากจำนวนผู้ได้รับอิสรภาพทั้งหมด มี 2 คน “สมัครใจ” อาศัยอยู่ต่อที่นิการากัว

ด้านนางโรซาริโอ มูรินโญ รองประธานาธิบดีนิการากัว ซึ่งเป็นภริยาของออร์เตกาด้วย กล่าวถึงคำสั่งศาล ว่าคือ “การเนรเทศและโอนย้ายบุคคล ซึ่งต้องคดีและได้รับการพิพากษาว่า มีเป้าหมายโจมตีรัฐ” คำพิพากษาของศาลเป็นไปเพื่อการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศ และเพื่อสันติสุขของชาวนิการากัว
.@StateDeptSpox: Earlier today, a plane arrived at Dulles International Airport carrying 222 individuals who have been held by the Government of Nicaragua. We welcome the opportunity to offer humanitarian protection to these political prisoners. pic.twitter.com/d7grdN7y3n
— Department of State (@StateDept) February 9, 2023
อนึ่ง รัฐบาลไบเดนประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อนิการากัว เมื่อเดือน พ.ย. 2564 มีเนื้อหาสำคัญ คือ “การใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลนิการากัวของประธานาธิบดีดาเนียล ออร์เตกา ด้วยการจำกัดการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ และการพุ่งเป้าใช้มาตรการต่อกระบวนการคอร์รัปชั่นในรัฐบาลของออร์เตกา”
การคว่ำบาตรของสหรัฐเกิดขึ้น หลังออร์เตกาชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2564 “ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้น 76%” รักษาตำแหน่งผู้นำนิการากัวได้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรยืนกราน ไม่มีทางยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะที่ออร์เตกาตอกกลับ ด้วยการเรียกสหรัฐว่า “จักรวรรดินิยมแยงกี้” ที่ต้องการบ่อนทำลายกระบวนการเลือกตั้งของนิการากัว.
เครดิตภาพ : REUTERS



