สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า กระทรวงการคลังปากีสถานออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ ยืนยันการเตรียมปฏิบัติตาม “เงื่อนไขเคร่งครัด” ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อแลกกับสินเชื่อก้อนล่าสุด มูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 36,986.95 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนมูลค่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 218,507.25 ล้านบาท) ที่มีการอนุมัติครั้งแรก เมื่อปี 2562


อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังต้องมีการเจรจาอีกรอบ ในวันจันทร์ที่ 13 ก.พ. ซึ่งหากได้รับอนุมัติเงินดังกล่าวในช่วงเวลานี้ จะเป็นการ “ต่อลมหายใจ” ครั้งสำคัญให้กับปากีสถาน ที่กำลัง “ยืนอยู่บนปากเหว” ของการผิดนัดชำระหนี้

ขณะเดียวกัน การอนุมัติของไอเอ็มเอฟจะเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่น ให้กับองค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลอีกหลายชาติ ในการรับรองสินเชื่องวดใหม่ให้แก่ปากีสถาน ซึ่งอัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สูงถึง 27.5% เมื่อเทียบแบบรายปี


อนึ่ง รัฐบาลปากีสถานขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล เพิ่มอีกลิตรละ 35 รูปีปากีสถาน (ราว 4.34 บาท) เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ตามการเสนอแนะจากสำนักงานตรวจสอบน้ำมันและก๊าซแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการกักตุนเชื้อเพลิงในประเทศ ทว่ามีรายงาน ไอเอ็มเอฟ “ไม่พอใจ” กับมาตรการดังกล่าวมากนัก


นอกจากนั้น ปากีสถานเพิ่งเผชิญกับไฟดับครั้งที่สอง ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากภาวะสภาวะแรงดันไฟฟ้าสูงฉับพลัน โดยหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า สถานการณ์นี้สามารถชี้วัด ระดับความรุนแรงของวิกฤติเศรษฐกิจในปากีสถานได้เช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS