เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงกรณี ชมรม STRONG ต้านทุจริตภาคอีสาน โพสต์แฉถนนต้นตาล 28 ล้านบาท “ดาบวิชัย” หลังพบเอกชนลงมือก่อสร้างก่อนทำสัญญาจ้าง วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน และจากการสังเกตการเข้าไปทำงานของบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นผู้รับเหมา ในการเข้าไปปรับปรุงถนนสายปรางค์กู่-ห้วยทับทัน อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ และมีการตัดต้นตาลดาบวิชัย จนเป็นกระแสดราม่าในสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้นั้น ตนคิดว่าน่าจะเป็นกรณีที่กระทำไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีการเข้าไปในหน้างานก่อนที่จะได้รับสัญญา

“ไม่น่ารอด!” ผอ.เกษตรฯ วิเคราะห์ดราม่าย้าย “ต้นตาลดาบวิชัย” ชี้รากอ่อนแอ-ขุดปุ๊บปลูกปั๊บรอดยาก

ประการสำคัญนั้น สัญญาต้องมีการระบุชัดเจนว่า สิ่งกีดขวางหรือถนน ต้นไม้ สิ่งพวกนี้จะต้องทำการอย่างไร ต้นตาลก็ถือว่าเป็นสิ่งอนุรักษ์ของจังหวัดศรีสะเกษ แต่หลักๆ ที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือ มีการเข้าไปทำการปรับปรุงถนนก่อนที่จะได้สัญญา ก็เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เรื่องนี้ทางชมรมฯ ก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ส่วนหนึ่งคือหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท โดยแขวงทางหลวงชนบท ต้องออกมาตอบคำถาม ว่าเหตุใดปล่อยให้ผู้รับเหมา ซึ่งเป็นเครือข่ายของนักการเมืองระดับชาติ ซึ่งเป็นเครือญาติและเป็นที่กังขากัน มีข่าวออกมาในสื่อจำนวนมาก ว่าได้งานจากหน่วยงานกรมทางจำนวนมาก

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวทาง ผู้ว่าฯ ได้ออกมาชี้แจง ว่าถนนคนละเส้นไม่เกี่ยวกับถนนหลัก ซึ่งจะคนละเส้นหรือไม่ก็ตาม แต่ผู้ว่าฯ ต้องออกมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าการเข้าไปทำงานของบริษัทเอกชน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ชอบด้วยกฎหมายหมายความว่า ต้องได้มีการทำสัญญา มีการส่งมอบพื้นที่ และมีหน่วยงานของราชการที่เข้าไปกำกับดูแลในการรื้อถอน ในการปรับปรุงจึงจะถูกต้อง

แต่กรณีนี้ ส่วนราชการกลับเพิกเฉย ไม่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐ ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการเข้าไปบุกรุกทำลายต้นตาลและถนนก่อนได้สัญญา ตอนนี้ตนทราบว่าการก่อสร้างดังกล่าว ได้มีการชะลอโครงการเอาไว้ก่อน คำว่าชะลอไม่เกิดผล เพราะว่าต้นตาลและถนนถูกทำลายก่อนที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างจะได้สัญญาไปแล้ว เราต้องดำเนินการในส่วนนี้ด้วย

ซึ่งในวันที่ 3 เม.ย. 2569 นี้ เวลา 09.00 น. ตนจะยื่นหนังสือถึง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหน่วยงานรักษาความสงบเรียบร้อยโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดกับบุคคลที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย หนึ่งคือบริษัทเอกชน สองคือเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ในทางอาญาและทางแพ่ง ที่ทำอย่างนี้เพราะไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างว่า จ.ศรีสะเกษ จะต้องไม่มีมาเฟีย จะต้องไม่มีอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ.