สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่ากองทัพรัสเซียโจมตีถังเก็บเชื้อเพลิงของยูเครน ที่ท่าเรือในเมืองโอเดสซา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ และโจมตีเรือลากจูงทางทะเลซึ่งถูกปรับใช้สนับสนุนภารกิจของกองทัพยูเครน ที่ท่าเรือในเมืองมิโคลาอิฟ ทางตอนใต้ของยูเครน


การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ในช่วงที่รัสเซียเดินหน้าโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และได้รับบาดเจ็บ 30 คน รวมเด็ก 4 คน โดยพื้นที่กรุงเคียฟและภูมิภาคโดยรอบเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เรียกร้องชาติตะวันตกเร่งจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติม โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดสำหรับระบบแพทริออต ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบที่สามารถรับมือขีปนาวุธบอลลิสติกขั้นสูงของรัสเซียได้


เซเลนสกีระบุว่า ยูเครนกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสำหรับระบบแพทริออต และย้ำว่าอาวุธดังกล่าวมีความจำเป็น “เดี๋ยวนี้” เพื่อปกป้องประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย


ทั้งนี้ เซเลนสกีออกมาเรียกร้องเรื่องนี้อีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงท่าทีลังเลต่อการอนุญาตให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออต โดยให้เหตุผลว่า เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สหรัฐต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนถ่ายทอดให้อีกฝ่าย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS