เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุตกลงไปในหลุมก่อสร้างวางท่อระบายน้ำ บริเวณถนนตรงข้ามสำนักสงฆ์บ้านท่าท้อน หมู่ 8 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่
ที่เกิดเหตุพบหลุมขนาดใหญ่บริเวณช่องทางซ้ายสุดของถนน หน้าสถานีบริการน้ำมัน ภายในหลุมมีท่อประปาขนาดใหญ่ และพบร่าง นายวัยย์ธยา หรือ “แอ๊น” การดาสุวรรณ อายุ 29 ปี นอนคว่ำหน้า ศีรษะจมอยู่ในน้ำ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตล้มอยู่ในหลุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
ต่อมาในช่วงกลางดึกวันเดียวกัน ญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้นัดหมายสื่อมวลชนลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยระบุว่าเชื่อว่าสาเหตุของอุบัติเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างวางท่อประปาที่ไม่มีมาตรการป้องกันอันตรายเพียงพอ ทั้งการติดตั้งป้ายเตือนล่วงหน้า แสงสว่าง และการปิดคลุมหลุมก่อสร้าง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและผู้รับผิดชอบ
นายสถาพร อุปลา อายุ 39 ปี เพื่อนรุ่นพี่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 01.00 น. นายวัยย์ธยาขี่รถจักรยานยนต์มานั่งเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่บ้าน ก่อนจะขอตัวกลับบ้านราว 04.00 น. กระทั่งช่วงเช้าพี่ชายของผู้เสียชีวิตโทรศัพท์มาแจ้งข่าวว่า นายวัยย์ธยาประสบอุบัติเหตุตกหลุมเสียชีวิต
นายสถาพรกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนขยันทำมาหากิน รับผิดชอบครอบครัว และมีลูกวัยเพียง 3 ขวบ เป็นที่รักของเพื่อนฝูง หลังทราบข่าวต่างพากันโพสต์ข้อความไว้อาลัย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจุดเกิดเหตุมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากไม่มีป้ายเตือนล่วงหน้า แสงสว่างไม่เพียงพอ และไม่มีแผ่นเหล็กปิดหลุมก่อสร้าง อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังเคยมีผู้ขี่รถจักรยานยนต์ตกหลุมได้รับบาดเจ็บมาแล้ว จึงอยากให้ผู้รับเหมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ รวมทั้งปรับปรุงมาตรการความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก
ด้านนางพรทิพย์ คงพิจิตร อายุ 70 ปี ยายของนายวัยย์ธยา กล่าวทั้งน้ำตาว่า หลานชายเป็นเด็กขยัน มีความสามารถด้านดนตรี เป็นศิลปินนักร้องเพลงภาคใต้ และเคยแสดงเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอ อีกทั้งยังรับจ้างก่อสร้างและขี่รถส่งอาหารเพื่อหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะลูกชายวัยเพียง 3 ขวบ

นางพรทิพย์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลานชายเคยพูดไว้ว่า “วันเสาร์จะไม่มาทำงานกับยายแล้ว” เพราะจะไปร่วมงานบวชและเกรงว่าจะกลับมาทำงานไม่ไหว ซึ่งขณะนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นลางบอกเหตุร้าย ก่อนที่คืนเกิดเหตุหลานชายจะไปเล่นฟุตบอล พบเพื่อน และขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ กระทั่งมีผู้แจ้งว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทำให้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงเหลนวัย 3 ขวบที่ต้องสูญเสียบิดา
ยายของผู้เสียชีวิตยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความรับผิดชอบเกี่ยวกับพื้นที่ก่อสร้าง โดยระบุว่าหลังเกิดเหตุจึงมีการนำแผ่นเหล็กมาปิดหลุม หากมีการป้องกันอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก เหตุสลดครั้งนี้อาจไม่เกิดขึ้น พร้อมขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขจุดเสี่ยงและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย
ขณะที่ผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณร้านตัดสติกเกอร์ใกล้จุดเกิดเหตุ พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 04.10 น. ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณเส้นแบ่งช่องทาง ก่อนรถจะค่อย ๆ เบี่ยงไปทางเลนซ้าย พุ่งชนแบริเออร์พลาสติกสีส้ม และตกลงไปในหลุมก่อสร้างที่ยังไม่มีแผ่นเหล็กปิดคลุม โดยภาพยังแสดงให้เห็นว่าสภาพแสงสว่างบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมืด ต่อมาเวลา 05.16 น. มีชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพบความผิดปกติ จึงจอดตรวจสอบก่อนพบผู้เสียชีวิตและรถจักรยานยนต์อยู่ภายในหลุม
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบริเวณแยกสนามบินนอก ถนนสนามบิน–ลพบุรีราเมศวร์ มุ่งหน้าท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 2 กิโลเมตร พบว่ามีการก่อสร้างวางท่อประปาเช่นเดียวกัน โดยมีการบีบช่องจราจรเหลือเพียง 1 ช่องทาง และในช่วงเวลากลางคืนมีแสงสว่างค่อนข้างจำกัด ทั้งไฟถนนบางจุดดับ และไฟส่องสว่างบริเวณแบริเออร์มีความสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนน
สำหรับ “แอ๊น วัยย์ธยา” เป็นศิลปินนักร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตภาคใต้ มีผลงานเป็นที่รู้จัก อาทิ เพลง “คิดถึงอีตาย” และ “โสดหม้ายสาว” โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



