วันที่ 27 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต้นมะขามยักษ์คู่เมืองเพชรบูรณ์ อายุกว่า 100 ปี ที่ขึ้นอยู่บริเวณริมถนนนิกรบำรุง หน้าวัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพขรบูรณ์ ได้ถูกลมพายุพัดโค่นล้มช่วงกลางฤดูฝนเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ก่อนจะเกิดกระแสเรียกร้องจากกลุ่มคนสายอนุรักษ์ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ให้หน่วยงานรัฐเคลื่อนย้ายไปปลูกใหม่ในพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากเห็นว่ามะขามต้นนี้อยู่คู่บ้านเมืองมานานนับร้อยปี และยังถือเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของเมืองเพชรบูรณ์
ต่อมา ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมทีมงานกองช่างเทศบาลฯ ได้นำรถเครนเคลื่อนย้ายลงปลูกบริเวณท้ายวัดพระแก้ว ริมแม่น้ำแม่ป่าสัก ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ สร้างความดีใจให้กับคนรักต้นไม้ โดยมีการเรียกขานกันว่า “ปู่มะขาม” ล่าสุดมะขามต้นนี้ได้แห้งตายสนิทแล้ว ไม่สามารถผลิดอกออกใบได้ สร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มคนสายอนุรักษ์ฯ เป็นอย่างมาก
ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า หลังจากมะขามยักษ์ต้นนี้โค่นล้มก็เกิดกระแสเรียกร้องมาที่เทศบาลฯ ให้นำไปปลูกใหม่ แต่เนื่องจากไม่สามารถใช้งบทางราชการได้ ด้วยความเสียดายประกอบกับการเรียกร้องของชาวเพชรบูรณ์ ตนจึงใช้เงินส่วนตัวราวเกือบ 30,000 บาท ว่าจ้างรถเครนขนาดใหญ่บรรทุกต้นไม้และยกลงปลูก มีการตัดแต่งกิ่ง และระบบราก พร้อมบำรุงอย่างดีในช่วง 2-3 เดือนแรก มีการใช้ลวดสลิงและเสาคอนกรีตค้ำยันเพื่อไม่ให้โยกคลอน จนทำให้ในช่วง 5-6 เดือนแรกปู่มะขามต้นนี้เริ่มตั้งต้นผลิใบใหม่เขียวขจีหลายกิ่งก้าน ทำท่าจะรอดจนถึงปลายฤดูหนาว แต่พอเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งด้วยสภาวะอากาศร้อนจัดของปี 2568 ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถต้านทานได้ ทั้งที่มีการดูแลให้น้ำอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ค่อยๆเหี่ยวเฉาลงทีละนิด ประกอบกับพอเข้าฤดูฝนมีปริมาณน้ำฝนมาก จึงการท่วมขังรอบๆโคนต้น รากที่อ่อนแออยู่แล้วจึงเกิดเน่าและยืนต้นตายในที่สุด จึงเป็นที่เสียดายอย่างมาก สำหรับตนถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว.






