จากกรณี แม่ค้าสาวชาวไทย อาชีพรับหิ้วของไปประเทศญี่ปุ่น เอะใจพัสดุโหลมะขามเปียก ซึ่งมีนํ้าหนักผิดปกติ จึงเรียกตำรวจมาตรวจพบยาไอซ์กว่า 2 กก. กระทั่งสามารถจับกุมคนไทย 1 คนในขบวนการ และเตรียมขยายผลกวาดล้างเครือข่ายดังกล่าว ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น
คืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ สน.บางยี่ขัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเหงียน ตัน คอง อายุ 37 ปี ชาวเวียดนามบุคคลปรากฏตามภาพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.573/2569 ข้อหา กระทำความผิดฐาน มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 3 เครื่อง, ซิมโทรศัพท์, เงินเวียดนาม 1,180,000 ดอง เงินกัมพูชา 210,000 เรียล และ เงินไทย 23,060 บาท จับกุมได้ที่คอนโดฯ ย่านสาทร ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.
ภายหลังตำรวจ สน.บางยี่ขัน ไปตรวจสอบโหลมะขามเปียกต้องสงสัย แล้วพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ ต่อมามีการจับกุมนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร 4 บัญชี ที่แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวเวียดนามใช้ในการโอนเงินและกดเงิน โดยนายสมพงษ์ อ้างว่าเปิดบัญชีให้แฟนสาวชาวเวียดนามใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน

ต่อมาตำรวจขยายผลจับกุมผู้ต้องหารายที่ 2 เป็นหญิงสาวชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นคนกดเงินจากบัญชีชื่อนายสมพงษ์ ออกจากตู้เอทีเอ็ม จนกระทั่งมาจับกุม นายเหงียน ตัน คอง เป็นผู้ต้องหารายที่ 3 เนื่องจากพบว่าเป็นคนไปกดเงินจากบัญชีชื่อนายสมพงษ์ ออกจากตู้เอทีเอ็มเช่นเดียวกัน โดยพบการกดเงินเมื่อวันที่ 14 ก.ค. เวลา 14.00 น. จากนั้นได้บินกลับประเทศเวียดนาม ต่อมา นายเหงียน ได้ย้อนกลับเข้าไทยอีกครั้งโดยเดินทางผ่าน สปป.ลาว เข้าทางจังหวัดนครพนม มายังที่พักย่านสาทร กรุงเทพมหานคร ตำรวจจึงจับกุม
จากการสอบสวน นายเหงียน ตัน คอง ให้การอ้างว่า ตนจบวิศวกรรม สาขาไอที ในประเทศเวียดนาม ทำงานให้คนจีนที่ดูไบ เป็นโปรแกรมเมอร์ เทรดทองและหุ้น โดยยอมรับว่ากดเงินมาจริง แต่ที่กดเป็นค่าแปลภาษา และค่าดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดแต่อย่างใด แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติและอาจเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจบุกทลายแก๊งเวียดนามโยงซุกไอซ์ในโหลมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น จับ 9 ราย พบยาอี-โคเคน
ส่วนคดีที่มีหญิงไทยถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะพบว่ามีการซุกไอซ์ใส่ซองกาแฟ ซึ่งญาติได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง และได้ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น มีความเชื่อมโยงกับคดีซุกไอซ์ในมะขามเปียกของ สน.บางยี่ขัน หรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ซึ่งได้ประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และสั่งการฝ่ายสืบสวนของทาง บก.น.7 ร่วมตรวจสอบอีกทาง.



