สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลเตหะรานเปิดเผยกับสื่อหลายแห่ง เกี่ยวกับสถานการณ์กับสหรัฐ ว่าจุดยืนของอิหร่านยังคงเป็นหลักการ “ตาต่อตาฟันต่อฟัน” หรือ “โจมตีแลกโจมตี” โดยหากสหรัฐยุติการโจมตี อิหร่านก็จะยุติปฏิบัติการเช่นกัน และมีการส่งสารดังกล่าวผ่านคนกลางไปยังสหรัฐแล้ว


ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวกล่าวว่า ผลการประเมินในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พบว่าปฏิบัติการโจมตีต่อเนื่องตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งภัยคุกคามของอิหร่านต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สามารถทำลายเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้เกือบหมดแล้ว


ด้านนายไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวว่า กองทัพสหรัฐระงับการโจมตีต่ออิหร่านตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเปิดโอกาสให้การเจรจาทางการทูตมีเวลามากขึ้น แม้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม


แม้สหรัฐยังสามารถกลับมาเปิดปฏิบัติการขนาดใหญ่ได้ แต่สื่อหลายแห่งของสหรัฐรายงานเช่นกัน ว่าพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ เตือนทรัมป์เป็นการภายในว่า การกลับมาใช้กำลังทหารครั้งใหญ่มีความเสี่ยง เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อปริมาณคลังอาวุธ โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดกั้นที่ใช้ป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐในตะวันออกกลาง


ทั้งนี้ทั้งนั้น แหล่งข่าวระดับสูงคนเดิมของอิหร่านทิ้งท้าย ว่ารัฐบาลเตหะรานไม่ได้คาดหวังมากนักว่า การระงับการโจมตีของทรัมป์จะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในท่าทีการเจรจาของสหรัฐ โดยมองว่า การหยุดโจมตีครั้งนี้เป็นเพียงยุทธวิธีชั่วคราว มากกว่าจะเป็นความตั้งใจจริง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS