มีข่าวรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทย ว่า กลุ่มบุรีรัมย์ของครูใหญ่พรรค เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชักจะมีปัญหากับกลุ่มภาคใต้ ที่นำโดย ‘โกเกี๊ยะ’ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม จนว่ากันว่า มีการยืมมือ สส.พรรคประชาชน ให้แถลงข่าวตำหนิเรื่องยกเลิกแลนด์บริดจ์ และจะเวนคืนท่าเรือคลองเตยทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์โดยไม่มีความพร้อม
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวว่า ที่ว่ามีความขัดแย้งเป็นเพียงข่าวปล่อย พวกเรา ประชุมด้วยกันทุกสัปดาห์ ตนเอง นายเนวิน หรือนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พวกเรามีความเป็นพรรคที่พร้อมเสมอ ตนคิดว่ามีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าว
เมื่อถามย้ำว่า เสถียรภาพของรัฐบาลเป็นอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เสถียรภาพของรัฐบาลนี้ตนไม่แน่ใจ เพราะมีพรรคร่วมรัฐบาล แต่สำหรับพรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหาแน่นอน ขอให้สื่อมวลชนช่วยแก้ข่าว 2-3 วันที่ผ่านมาข่าวเต็มไปหมด ดิสเครดิตกันไป ว่า น. กับ พ. ไม่ถูกกัน วันที่ 31 ก.ค. นี้ ตนและนายเนวินจะไปทำบุญที่ จ.นครศรีธรรมราช ด้วยกัน ถ้าหากเราไม่คุยกันจะไปด้วยกันได้อย่างไร และวันที่ 1 ส.ค. จะมีการแข่งฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างปัตตานีกับบุรีรัมย์ ก็จะไปด้วยกัน
“ไม่ทราบว่าใครไปปล่อยข่าว พอเวลาเช็กข้อมูลในเพจต่างๆ กลายเป็นเพจอวตาร สุดท้ายพวกเราคนทำงาน ถูกโจมตี แบบไม่รู้ที่มาที่ไป พวกเราจะหาตัวตนได้อย่างไร ผมแจ้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และฝากผ่านไปยังตำรวจไซเบอร์ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะพวกผมตรวจสอบเองก็เป็นเพจอวตารทั้งหมด ย้ำว่า ในพรรคภูมิใจไทยคุยกันทุกสัปดาห์ โดยปกติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของพรรคภูมิใจไทยจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อติดตามงานของแต่ละกระทรวง
ครูใหญ่ถือว่าเป็นผู้ที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมด ในฐานะที่คร่ำหวอดทางการเมืองมาก่อน มีอะไรท่านก็ให้คำแนะนำกับพวกเรา อย่างผมไม่ได้เป็นนักการเมือง ในมิติการเมืองบางครั้งเราไม่ได้เข้าใจมาก เพราะความเป็นนักการเมืองมันยาก นักการเมืองบางครั้งพูดตรงก็ไม่ได้ ถ้าพูดโกหกไปโดนจับได้ก็ถูกต่อว่า เพราะฉะนั้นการเป็นนักการเมืองค่อนข้างลำบาก ต้องมีผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านการเมืองให้คำปรึกษา พรรคภูมิใจไทยเราให้ครูใหญ่เป็นคนที่ให้คำปรึกษากับน้องๆ ที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ ตัวผมเองที่ไม่ได้เป็นนักการเมือง เราก็ต้องขอคำแนะนำจากเขา ในฐานะเป็นผู้ที่มีความรู้ คร่ำหวอดทางการเมืองมาก่อน เท่าที่คุยโทรศัพท์ นายเนวินบอกว่าอยู่ที่บุรีรัมย์ เดี๋ยววันนี้จะเจอกันตอนเย็น”
เมื่อถามว่า นายเนวินให้ความเห็นกับคนที่โดนข้อกล่าวหาฮั้ว สว. หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีชื่อตั้งแต่ต้น อยู่ๆ รอบนี้มีชื่อตนมา เพราะในการกล่าวหาตั้งแต่ต้นที่ผ่านไปยัง กกต. ไม่ได้มีชื่อตน ยืนยันไม่ได้ไปยุ่งหรือเกี่ยวข้อง และที่ไปกล่าวอ้างเรื่องลูกสาวตน เขาเป็นพนักงานบริษัท ไม่เคยยุ่งเรื่องการเมืองแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นต้องไปถามคนที่ให้ข่าวว่าไปเอาข่าวเท็จมาจากไหน ในลักษณะอย่างนี้ ตนต้องหารือกับทางทนาย ว่าส่วนนี้ไม่มีข้อเท็จจริงเลย จะให้ทำอย่างไรได้บ้าง ถ้าหากถึงขั้นต้องแจ้งความ เราคงต้องทำ เพราะลูกสาวตนไม่เคยยุ่งทางการเมืองเลย
“ขอฝากไปถึงคนที่พูดคัดกรองด้วย ไม่ใช่นึกอยากจะพูดก็พูด หรือใครมากระซิบให้ฟังก็เอามาพูดให้คนอื่นฟังต่อ จะสร้างความเสียหาย แต่ถ้าโยนมาให้ผมคนเดียว ผมรับได้ไม่มีปัญหา ที่ต้องรับเพราะเราอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับอยู่แล้ว แต่อย่างกรณีลูกสาวเป็นคนทำงานบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องอย่าเหมารวมหมด” นายพิพัฒน์ กล่าว



