สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า บริษัทเชฟรอน หนึ่งในผู้ประกอบการด้านพลังงานข้ามชาติรายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการขายหุ้น 41.1% ในแหล่งก๊าซธรรมชาติ “ยาดานา” ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทะเลอันดามัน ห่างจากชายฝั่งใกล้ที่สุดของเมียนมาประมาณ 60 กิโลเมตร ให้แก่บริษัทเอ็มทีไอของแคนาดา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นขั้นตอนสุดท้าย ของกระบวนการถอนธุรกิจออกจากเมียนมาอย่างเป็นทางการ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเชฟรอนเกิดขึ้น หลัง “โททาล เอเนอร์จีส์” หนึ่งในผู้ผลิตด้านพลังงานรายใหญ่ของโลกจากฝรั่งเศส ประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ยุติปฏิบัติการและถอนตัวออกจากตลาดในเมียนมาอย่างเป็นทางการ ด้วยการขายหุ้นในแหล่งก๊าซยาดานาเช่นกัน โดยพลังงานจากแหล่งก๊าซยาดานาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ 50% ของเมืองย่างกุ้ง และ 8% สำหรับไทย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันเป็นระยะทางยาวที่สุด
Chevron agrees to sell Myanmar assets and exit country https://t.co/0Rkso4PHmR pic.twitter.com/UezN42LuSI
— CNA (@ChannelNewsAsia) February 11, 2023
ทั้งนี้ หลังการถอนตัวของโททาล เชฟรอนเข้าถือหุ้นแทนทั้งหมด ทำให้สัดส่วนเพิ่มจาก 28% เป็น 41.1% อนึ่ง เชฟรอนและโททาลเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทพลังงานข้ามชาติ แสดงจุดยืนร่วมสนับสนุน การให้ประชาคมโลกร่วมกันออกมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมพลังงานของเมียนมา โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือเป็น “แหล่งรายได้สำคัญเพียงไม่กี่อย่างที่ยังเหลืออยู่” ของกองทัพเมียนมา ที่ทำการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564.
เครดิตภาพ : AFP



