สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของออโตเมชั่น ( เอ 3 ) บริษัทต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐ รวมถึงบริษัทบางแห่งในแคนาดาและเม็กซิโก สั่งซื้อหุ่นยนต์รวมมากกว่า 44,100 ตัวในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น 11% จากปีที่แล้ว และเป็นสถิติใหม่ โดยหุ่นยนต์เหล่านี้มีมูลค่ารวม 2,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80,000 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นถึง 18% จากปีก่อนหน้า

“ปัญหาการขาดแคลนแรงงานดูเหมือนจะไม่จบลง” นายเจฟฟ์ เบิร์นสไตน์ ประธานของเอ 3 กล่าวเสริมว่า หลายบริษัทที่พยายามหาคนงานท่ามกลางอัตราการว่างงานที่ต่ำสุดของสหรัฐ นับตั้งแต่ปี 2512 กลับมองว่า ระบบอัตโนมัติคือวิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็ว
แม้การสั่งซื้อหุ่นยนต์จะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงการระบากใหญ่มีส่วนทำให้การสั่งซื้อลดลงในบางกลุ่ม เช่น บริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ จนเกิดคำถามเกี่ยวกับการพัฒนาในปี 2566 แต่กระนั้น เบิร์นสไตน์ระบุว่า หุ่นยนต์ได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว
North American companies, faced with a tight labor market, ordered more than 44,000 robots in 2022, an increase of 11% over the previous year and a new record, data shows https://t.co/GAWP6Xjda6 pic.twitter.com/9deFFxPwQR
— Reuters (@Reuters) February 11, 2023
นอกจากนี้ ปัญหาห่วงโซ่อุปทานอาจทำให้ผลประกอบการในปีที่แล้วผิดเพี้ยนไปด้วย โดยเบิร์นสไตน์กล่าวว่า ผู้ผลิตหุ่นยนต์จำนวนมากเห็นลูกค้าบางรายสั่งซื้อหุ่นยนต์เพิ่มเติม ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อทำให้มั่นใจว่า พวกเขาจะได้ส่วนหนึ่งของสิ่งที่พวกเขาต้องการ ซึ่งการสั่งซื้อหุ่นยนต์ของปี 2564 มากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากบรรดาผู้ผลิตรถยนต์และผู้จัดส่งของพวกเขา
อนึ่ง หุ่นยนต์ส่วนมากที่มีการสั่งซื้อเมื่อปีที่แล้ว จะถูกนำไปใช้สำหรับการขนถ่ายวัสดุ ซึ่งรวมไปถึงการเคลื่อนย้ายและการจัดการสินค้าทุกรูปแบบ ภายในโรงงานและคลังสินค้า.
เครดิตภาพ : REUTERS



