สะตอ เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30 เมตร ลำต้นเรียบ สีน้ำตาลอ่อน หรือ สีน้ำตาลขาว ลอกเป็นสะเก็ดเล็กน้อย หรือ เป็นร่องตื้นๆ บริเวณกิ่งก้านมีขนละเอียดขึ้นปกคลุม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น มีก้านใบหลักยาวประมาณ 30-50  ซม. ประกอบด้วยก้านใบย่อย 14-24 คู่ โดยแต่ละก้านใบย่อยยาวประมาณ 2.2-6 ซม. และมีใบย่อยเรียงสลับตรงข้ามกัน 30-38 คู่  ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นที่ปลายกิ่ง โดยช่อดอกจะยาวห้อย กว้าง 3-3.5 ซม. ยาว 7-10 ซม. และจะมีก้านช่อดอกยาว 30-40 ซม. และมีกลีบเลี้ยงขนาดเล็ก 4-5 กลีบ กลีบดอกเชื่อมติดกัน เป็นหลอดยาว 0.9-1.2 ซม. ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลออกเป็น ฝัก มีลักษณะแบน มีทั้งชนิดที่เป็นฝักบิดเป็นเกลียว  และชนิดที่แบนตรง  โดยฝักสะตอจะยาวประมาณ 25-45 ซม. กว้างประมาณ 4-5 ซม.) เปลือกฝักมีสีเขียว และค่อยเปลี่ยนเป็นสีดำ ตรงกลางฝักเป็นตุ่มนูน เมล็ดมีลักษณะคล้ายหัวแม่มือ หรือ รูปรีค่อนข้างกลม ขนาดเมล็ดทั่วไป กว้างประมาณ 2.2-2.5ซม. ยาวประมาณ 1.5-2 ซม. เมล็ดอ่อนมีสีเขียว ให้รสหวานมัน มีกลิ่นฉุน เมื่อแก่จะเริ่มเหลือง

สะตอที่เห็นตามท้องตลาดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทประกอบด้วย  สะตอข้าว ลักษณะฝักบิดเกลียว เนื้อกรอบหวาน กลิ่นไม่ฉุนมาก เนื้อเมล็ดไม่แน่น สะตอดาน ลักษณะฝักเหยียดตรง เปลือกหนา มีกลิ่นฉุนกว่าสะตอข้าว และเนื้อเมล็ดแน่นสะตอป่า ฝักแข็ง รสชาติไม่อร่อย จึงไม่เป็นที่นิยม การเลือกสะตอให้อร่อยนั้น ควรเลือกฝักที่โคนไม่แห้ง เม็ดนูน ไม่ใหญ่มาก เมื่อแกะเปลือกออกมาแล้วต้องเห็นผิวเมล็ดข้างในตึง ใส เงา เมล็ดไม่ด้านและไม่เหี่ยว

หลานคนยังไม่ทราบว่าสะตอ อุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน  มีธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือดและเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจางได้ รวมถึงมีวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินบี 3 ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยบำรุงสายตา

นอกจากนี้ยังมี ฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเกิดโรคหัวใจ ช่วยชะลอวัยไม่ให้เซลล์เสื่อมสภาพ รวมไปถึงการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ ในร่างกาย ไทโอโพลีน ช่วยชะลอความแก่ และมีหน้าที่ในการดักจับไนไตรด์ ซึ่งถือเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกาย ป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ หากนำเมล็ดไปปรุงสุกพบว่าจะช่วยเพิ่มระดับของสารดังกล่าวได้

 โพลีฟีโนอิกมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คือ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ โดยช่วยลดระดับคอลเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเส้นเลือด ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน สามารถลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด จึงช่วยป้องกันและบรรเทาโรคเบาหวานได้ โดยสารโพลีฟีโนอิกนี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ย่อยแป้งหรืออะไมเลส  ทำให้แป้งถูกย่อยช้าลง ร่างกายจึงดูดซึมน้ำตาลได้ช้าลง ทั้งยังช่วยควบคุมความดันโลหิตได้

โพลีซัลไฟด์ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลทรีย์ ทั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก แกรมลบ และเชื้อรา เมล็ดสะตอยังมีกากใยสูง ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระขับถ่ายง่ายขึ้น ไม่ต้องออกแรงเบ่งลดอาการท้องผูกริดสีดวงทวารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยขับลม กระตุ้นการบีบตัวในลำไส้ และขับปัสสาวะกะปริบกะปรอยได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามในเมล็ดสะตอ มีกรดยูริก  สูงดังนั้นผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์หรือผู้ที่มีระดับกรดยูริกในร่างกายสูง  และโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน เพราะอาจส่งผลให้อาการกำเริบได้   บางรายอาจเกิดอาการแพ้ หรือมีความไวต่อสารในสะตอ ทำให้เจ็บคอหรือมีเสมหะหลังทานได้ สำหรับเมล็ดสะตอมีกลิ่นฉุดมาก ทำให้เกิดกลิ่น ดังนั้นเวลารับประทานเมล็ดสะตอ แล้วจะมีกลิ่นปาก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการับประทานมะเขือเปราะ 2-3 ลูก หลังรับประทานเมล็ดสะตอ จะสามารถดับกลิ่นปากได้ในระดับหนึ่ง