นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีปลาหมอคางดำระบายอยู่ในหลายพื้นที่ หลังมอบนโยบายที่กรมประมง ว่าการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและพื้นที่ใกล้เคียง ที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและวิถีชีวิตของชาวประมงและเกษตรกรในพื้นที่ โดยกรมประมงมีมาตรการในการจัดการปลาหมอคางดำอยู่แล้ว ตนได้ย้ำใน 3 ด้าน คือ1.จำกัดพื้นที่ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด 2. เน้นกำจัด 3. นำไปใช้ประโยชน์เต็มที่ ทั้ง 3 ด้านเป็นเรื่องเร่งด่วนกรมประมงนำไปใช้ได้เลยไม่ต้องมีกรอบเวลา
“ล่าสุดได้รับรายงานว่าที่จังหวัดสุมทรปราการมีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ได้กำชับให้อธิบดีกรมประมง สั่งการไปยังประมงจังหวัดที่มีความเสี่ยงและได้รับผลกระทบให้วางมาตรการรับมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งทราบว่าในจังหวัดที่มีการระบาดประมงจังหวัดได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ สำหรับการนำปลาหมอมาแปรรูปนั้นกรมประมงทำอย่างต่อเนื่อง เช่นปลาปลาหมอคางดำแดดเดียว นำปลา ปลาร้า ซึ่งรสชาติไม่ต่างจากปลานิล ซึ่งผมได้ชิมแล้ว ล่าสุดที่อยากสนับสนุนคือการนำไปทำน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งเกษตรกรในหลายพื้นที่นำไปใช้แล้ว
นายวิศณุพร รัตนตรัยวงศ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวถึงการทำหมันปลาหมอคางดำ ว่า กรมประมงได้ดำเนินโครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ ในการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ โดยการนำหลักพันธุศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำ โดยใช้เทคนิคการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมจากเดิมที่มีจำนวนชุดโครโมโซมตามธรรมชาติ 2 ชุด หรือ 2n ให้เป็นปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซม 4 ชุด หรือ 4n โดยจะนำปลาหมอคางดำ 4n เพศผู้ ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเพื่อให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำซึ่งมีชุดโครโมโซม 2n ในธรรมชาติ โดยลูกปลาหมอคางดำที่ได้จากการผสมในลักษณะนี้จะได้ลูกปลาฯ ที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด หรือ 3n มีลักษณะที่เป็นหมันไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย เนื่องจากประสบปัญหาหลังจากที่ได้ปลาหมอคางดำมีชุดโครโมโซม 4 ชุดแล้ว ปลาไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ซึ่งขณะเราจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
เบื้องต้นกรมประมงได้ปล่อยปลาผู้ล่าช่วยกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประกอบด้วยปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาช่อน ปลากดเหลือง ปลาทราย ซึ่งจะดำเนินการปล่อยปลาผู้ล่าภายหลังจำนวนประชากรปลาหมอคางดำลดจำนวนลงจากการควบคุมการจับโดยเครื่องมือประมง ซึ่งการปล่อยปลาผู้ล่า ต้องคำนึงถึงชีวนิเวศของปลาผู้ล่า อัตราการปล่อยที่เหมาะสมต่อสมดุลระบบนิเวศแหล่งน้ำโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นเมืองที่มีอยู่เดิมและเหมาะสมต่อการอยู่รอดของชนิดปลาผู้ล่าที่ปล่อย รวมทั้งต้องมีการติดตามประเมินผลการปล่อยปลาผู้ล่าในการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำขนาดเล็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากตัวเลขเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ กรมประมงกำจัดไปแล้ว 8,325,243.50 กิโลกรัม แยกเป็นจากบ่อเลี้ยง 5,361,168.70 กิโลกรัม จากแหล่งน้ำธรรมชาติ 2,964,065.80 กิโลกรัม กรมประมงดำเนินการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งพื้นที่ที่พบมีการแพร่ระบาดและพื้นที่รอยต่อแนวกันชน รวม 21 จังหวัด จำนวน 204 แหล่งน้ำ ปัจจุบันไม่พบจังหวัดที่มีความชุกชุมของปลาหมอคางดำในระดับชุกชุมมาก ส่วนจังหวัดที่มีความชุกชุมในระดับปานกลาง 8 จังหวัด ประอบด้วย จันทบุรี ระยอง ชลบุรีสมุทรปราการ สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช มีค่าเฉลี่ยในช่วง 15 – 64 ตัว/พื้นที่ 100 ตร.ม.
จังหวัดที่พบความชุกชุมในระดับน้อย 10 จังหวัด ประกอบด้วย ตราด ฉะเชิงเทรา นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรสงครามนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา ซึ่งมีค่าเฉลี่ยในช่วง 1 – 10 ตัว /พื้นที่ 100 ตร.ม. จังหวัดที่ไม่พบปลาหมอคางดำต่ออย่างเนื่อง 2 จังหวัด ประกอบด้วย ปราจีนบุรี และพัทลุง ส่วนในพื้นที่เฝ้าระวัง 2 จังหวัด และไม่พบการแพร่ระบาดที่จังหวัดปัตตานี



