ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวล้ำไปอีกขั้น “Embodied AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างทรงในโลกกายภาพ กลายเป็นหัวข้อที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุดในการประชุมสุดยอด “การประชุมสุดยอดนวัตกรรมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะเอ็มบอดี้เอไอนานาชาติเซี่ยงไฮ้” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ณ นครเซี่ยงไฮ้ เป็นเวลา 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเทคโนโลยีอีกครั้ง เมื่อผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนได้ออกมาเน้นย้ำถึงทิศทางใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการพัฒนาหุ่นยนต์ในอนาคตไปอย่างสิ้นเชิง

การประชุมสุดยอดในครั้งนี้ ถือเป็นศูนย์รวมของฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล นักวิจัยชั้นนำ ไปจนถึงกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งมาร่วมระดมสมองและแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้งาน Embodied AI ในทางปฏิบัติ ตลอดจนการร่วมมือกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) รูปแบบใหม่ที่จะมารองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว
แม้ว่าก่อนเริ่มงาน หลายฝ่ายจะคาดหวังว่าจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการสาธิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) รูปร่างมนุษย์สุดล้ำ แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงของการประชุมปีนี้กลับไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกของหุ่นยนต์ ทว่าเป็นการจัดแสดงเทคโนโลยีเบื้องหลังตามบูธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชิปประมวลผลขั้นสูง เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่มีความแม่นยำ และหน่วยควบคุมขนาดกะทัดรัด รวมถึงระบบการฝึกอบรมเสมือนจริง (Virtual Training Systems) ที่มีความสมจริงสูง


เหล่าผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ชิ้นส่วนหลัก (Core Components) ขนาดเล็กเหล่านี้ต่างหากที่เป็น “หัวใจสำคัญ” และเป็นสนามแข่งขันที่แท้จริงของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะในอนาคต เพราะการที่หุ่นยนต์จะสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด ปลอดภัย และตอบสนองต่อโลกความจริงได้อย่างลื่นไหลนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างภายนอก แต่ขึ้นอยู่กับความฉลาดของสมองกล (ชิป) และความเฉียบคมของประสาทสัมผัส (เซ็นเซอร์) ที่อยู่ภายใน ซึ่งนี่จะเป็นกุญแจสำคัญที่ตัดสินว่าใครจะเป็นผู้นำในตลาดหุ่นยนต์ระดับโลกยุคต่อไป
เครดิต China Media Group (CMG)



