นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่กรมการศาสนา (ศน.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ดำเนินงานขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559-2565) ที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานได้นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม เกิดการขยายเครือข่ายความร่วมมือส่งเสริมคุณธรรมไปยังภาคส่วนต่างๆ เพิ่มมากขึ้น และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยคุณธรรมอย่างยั่งยืน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นการเดินหน้าเข้าสู่แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) กลไกสำคัญขับเคลื่อนส่งเสริมคุณธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนด โดยภายในปี พ.ศ. 2570 มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทยปลอดทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยมีตัวชี้วัดดัชนีคุณธรรม 5 ประการ คือ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี จากชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ทั่วประเทศ จำนวน 39,102 แห่ง และหน่วยงานภาครัฐน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารงาน มีค่า ITA ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 85 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 โดยจะมีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 6,147 หน่วยงาน นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายระดับชาติ สร้างสังคมคุณธรรม ที่คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพทุกมิติและทุกระดับ มีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” น้อมนำหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) และเกณฑ์การประเมินชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ตามแผนปฏิบัติการฉบับดังกล่าว ศน.จึงเตรียมจัดประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรม ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้แทนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้แบ่งพื้นที่จัดประชุมออกเป็น 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยจะเริ่มดำเนินการในระยะแรกช่วงเดือน มี.ค. จำนวน 2 ภาค ดังนี้ ครั้งที่ 1 ภาคใต้ ที่จ.สงขลา ครั้งที่ 2 ที่ จ.เชียงราย สำหรับภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำหนดจัดประชุมที่ จ.ชลบุรี และ จ.บุรีรัมย์



