สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ให้การต้อนรับประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยนับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกอย่างเป็นทางการของผู้นำอิหร่านคนปัจจุบัน ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือน ส.ค. 2564


ในประเด็นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน สีกล่าวว่า “จีนจะยังคงรักษาการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์” ในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ฉบับปี 2558 ซึ่งเป็นการที่รัฐบาลเตหะรานระงับโครงการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานตามข้อตกลงมีอันต้องหยุดชะงัก ในอีก 3 ปีต่อมา เมื่อรัฐบาลวอชิงตันในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการถอนตัว และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่ออิหร่าน


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งวิจารณ์เรื่องนี้มาตลอด และให้ความเห็นว่า ในเมื่อสหรัฐเป็นฝ่ายถอนตัว ดังนั้น รัฐบาลวอชิงตันต้องเป็นฝ่าย “เริ่มก่อน” ในการฟื้นฟูข้อตกลง


นอกจากนี้ ผู้นำจีนและอิหร่านหารือและเป็นสักขีพยานร่วมกัน ในการลงนามข้อตกลงยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การเกษตร อุตสาหกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยรัฐบาลปักกิ่งให้คำมั่นเกี่ยวกับ การเพิ่มการนำเข้าผลิตภัณฑ์เกษตรที่มีคุณภาพจากอิหร่าน


อนึ่ง จีนและอิหร่านลงนามร่วมกัน ในข้อตกลงยกระดับความร่วมมือระดับทวิภาคี ทั้งในด้านการค้า เศรษฐกิจ และการคมนาคม ครอบคลุมระยะเวลานานถึง 25 ปี เมื่อปี 2564 โดยข้อตกลงมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในอีก 1 ปีต่อมา การลงนามดังกล่าวเป็นไปตามการเห็นชอบร่วมกันในหลักการ เมื่อปี 2559 ขยายขอบเขตความร่วมมือ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้ได้อีก 10 เท่า เป็นมากกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20.4 ล้านล้านบาท) ภายในระยะเวลา 1 ทศวรรษ.

เครดิตภาพ : AFP