พระครูวิศิษฏ์สรการ หรือ “พระครูไทย” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธชินวงศาราม (ม่อนพญานาค) จ.พะเยา ประธานมูลนิธิพุทธสุวัณณภูมิ กล่าวว่า ตามที่มูลนิธิฯ ได้พิจารณาเห็นว่า ม่อนพญานาคราช ซึ่งเป็นเขาลูกเดียวตั้งอยู่ที่เลขที่ 79 หมู่ 7 ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา เหมาะแก่การสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติติธรรมและสร้างเป็นวัดในอนาคต จึงได้ดำเนินการทำเรื่องขอจากทางราชการเกี่ยวกับที่ดินและอนุญาตตั้งเป็นวัด โดยใช้ชื่อว่า วัดป่าพุทธชินวงศาราม เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2565 ตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อสนองเจตนารมณ์ในสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม และได้จัดสร้าง องค์สัตตนาคราช พญามุจรินท์ ความยาว 900 เมตร เศียรสูง 45 เมตร เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีห้องปฏิบัติธรรม 111 ห้อง เททองหล่อพระพุทธมหาจักรพรรดิโลกวิวรณ์ (พระพุทธจักรพรรดิปางเปิดโลกทรงเครื่อง) ขนาดความสูง 6 เมตร 35 เซนติเมตร อัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนแท่นฐานเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้อัญเชิญท้าวเวสสุวรรณ ขึ้นประดิษฐานแท่นแล้วด้วยเช่นกัน และเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา คณะสงฆ์วัดป่าพุทธชินวงศาราม และคณะกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมพุทธบริษัทยังได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นประดิษฐาน หลวงพ่อพระพุทธเมตตาจำลอง ขนาดหน้าตัก 30 เมตร งบประมาณ 18 ล้านบาท พร้อมทั้งทำพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถพุทธศิลปะล้านนาประยุกต์ ขนาดความกว้าง 10 เมตร ยาว 16 เมตร ณ ลานยอดเขา วัดป่าพุทธชินวงศาราม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 และเพื่อเป็นจุดศูนย์รวมเป็นที่เคารพสักการะ และเป็นพุทธศาสนสถานอันสำคัญของ จ.พะเยา อีกแห่งหนึ่งด้วย   

พระครูวิศิษฏ์สรการ กล่าวต่อไปว่า วัดป่าพุทธชินวงศาราม ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนเดินทางมากราบสักการะพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิประจำวัดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการจัดสร้างองค์สัตตนาคราช พญามุจรินท์ ความยาว 900 เมตร ล้อมรอบภูเขา ซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำ จ.พะเยา มองว่า วัดป่าพุทธชินวงศาราม มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้ จึงจะนำวัดป่าพุทธชินวงศาราม หรือ ม่อนพญานาค เข้าไปอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของทางจ.พะเยา เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ จ.พะเยา ด้วย.