วันนี้ (15 ก.พ. 2566) อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีระดับโลกที่เพิ่งซื้อกิจการของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยม ‘ทวิตเตอร์’ ราวปลายปีที่แล้ว กล่าวผ่านการประชุมทางวิดีโอคอลในงาน World Government Summit ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า เขาคิดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการหาคนมาดูแลกิจการของบริษัท

มัสก์ กล่าวว่า เขาจำเป็นต้องทำให้องค์กรมีความมั่นคงและอยู่ในสภาพที่แข็งแกร่ง รวมถึงวางแผนการระยะยาวไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเขาคิดว่าเมื่อถึงช่วงสิ้นปีนี้ บริษัทจะมีสถานภาพที่มั่นคงมากพอ

มัสก์ เข้ามาเป็นเจ้าของ ทวิตเตอร์ อิงค์ เมื่อเดือน ต.ค. 2565 โดยจ่ายเงินไปเป็นจำนวน 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มปรับเปลี่ยนระบบในองค์กรหลายประการ รวมถึงการปลดพนักงานออกเป็นจำนวนไม่น้อย ก่อให้เกิดกระแสการวิจารณ์และต่อต้านจากกลุ่มพนักงานและชาวโซเชียล 

นอกจากนี้ การทุ่มเทให้บริษัทน้องใหม่ในครอบครองอย่างมากของเขา นำไปสู่การละเลยกิจการในความดูแลอื่นๆ โดยเฉพาะบริษัทเทสลา ซึ่งทำให้ มัสก์ โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักลงทุนและผู้ถือหุ้นบริษัท รวมทั้งมีส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นของเทสลาที่ลดต่ำลง

มัสก์ พูดถึงประสบการณ์การบริหารงานของทวิตเตอร์ของเขาในที่ประชุมที่นครดูไบ ว่า “มันเหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะตีลังกา”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวทวิตเตอร์หลายพันคนรายงานถึงปัญหาในการโพสต์บนแพลตฟอร์ม หลังจากที่บริษัทเริ่มใช้นโยบายใหม่ที่ยินยอมให้สมาชิกที่จ่ายค่าบริการเท่านั้นที่จะมีสิทธิโพสต์ข้อความได้มากถึง 4,000 ตัวอักษร

นอจากนี้ ยังมีรายงานข่าวอ้างว่า มัสก์ พูดกับพนักงานของทวิตเตอร์ว่า ให้ชะลองานเกี่ยวกับฟีเจอร์ใช้งานใหม่ๆ เอาไว้ก่อน แล้วหันไปมุ่งเน้นที่การแก้ไขปัญหาของระบบแทน

เครดิตภาพ : AFP