สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมความมั่นคงมิวนิก ( เอ็มเอสซี ) ที่เมืองมิวนิก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลวอชิงตันสืบสวนสอบสวน “หลักฐาน” เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 1 ปี “ภายใต้หลักกฎหมาย” จนกระทั่ง “ได้ข้อสรุป” ว่ารัสเซีย “ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” และบุคคลที่เกี่ยวข้อง “ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย”

แฮร์ริส กล่าวต่อไปว่า รัสเซีย “อ่อนแอลงมาก” หลังรัฐบาลไบเดนเป็นหัวเรือใหญ่อย่างเต็มรูปแบบ ในการนำพันธมิตรต่อสู้กับกองทัพรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยอมรับว่า รัสเซียเดินหน้ารุกคืบได้อย่างต่อเนื่องในสมรภูมิทางตะวันออก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลมอสโกตั้งแต่ต้น
"Russia has committed crimes against humanity."
— DW News (@dwnews) February 18, 2023
Speaking at the Munich Security Conference, US Vice President Kamala Harris has said that Russians who committed crimes in Ukraine will be held to account. pic.twitter.com/202RtQDztw
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ประกาศ การปิดสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เนื่องจากรัสเซีย จำกัดการออกวีซ่าให้แก่บุคลากรการทูตของเนเธอร์แลนด์ ทั้งที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตในกรุงมอสโก และที่สถานกงสุลใหญ่แห่งนี้ ส่งผลให้ต้องมีการปิดทำการ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเนเธอร์แลนด์สั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้ารัสเซีย ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ปิดทำการตั้งแต่วันอังคารที่ 21 ก.พ. และเนรเทศนักการทูตรัสเซียจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการณ์จารกรรมข้อมูล โดยบุคคลที่อยู่ในรายชื่อต้องเดินทางออกจากเนเธอร์แลนด์ ภายในเวลา 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันเสาร์ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า “จะมีมาตรการตอบสนองที่เหมาะสม”.
เครดิตภาพ : AFP



