สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า ควอนก่อตั้งแพลตฟอร์มบล็อกเชน “เทอร์ราฟอร์ม แล็บส์” และเป็นผู้พัฒนาหลักของสกุลเงินดิจิทัล 2 สกุล ได้แก่ เทอร์รายูเอสดี (TerraUSD) หรือที่เรียกว่า ยูเอสที (UST) และลูน่า (Luna) ซึ่งการล่มสลายของสกุลเงินดิจิทัลทั้งสองสร้างความปั่นป่วนในตลาดคริปโตทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว
เอสอีซีกล่าวหาในการยื่นฟ้องว่า ควอนระดมเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนในเดือน เม.ย. 2561 โดยการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมต่อระหว่างกันหลายชุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน
The US markets watchdog is suing collapsed stablecoin operator Terraform Labs and chief Do Kwon for allegedly arranging a crypto fraud that led to billions of dollars in losses https://t.co/PVrxS9MEoT
— Financial Times (@FinancialTimes) February 17, 2023
โทเคนของทั้งสองสกุลเงินสูญเสียมูลค่าเกือบทั้งหมด เมื่อสกุลเงินดิจิทัล เทอร์รายูเอสดี ร่วงต่ำกว่าหมุดตรึงมูลค่าดอลลาร์สหรัฐที่ 1:1 เมื่อเดือน พ.ค. 2565 ก่อนที่จะล่มสลายในวันที่ 9 พ.ค.
The SEC has finally sued Terra Founder Do Kwon for defrauding investors – exactly 185 days after our exclusive interview following Terra's record $40 billion collapse pic.twitter.com/8l645CO6tW
— Coinage (@coinage_media) February 17, 2023
ตามคำร้องเรียนของเอสอีซี บริษัท เทอร์ราฟอร์ม แล็บส์ และควอน ทำให้นักลงทุนหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเสถียรภาพของสกุลเงินยูเอสที และอ้างว่าโทเคนคริปโตของบริษัทจะมีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน “เอลลิปติก” ระบุว่า ผู้ที่ลงทุนในสกุลเงินเทอร์รายูเอสดี และสกุลเงินลูน่าทั่วโลก สูญเสียเงินประมาณ 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท)
อนึ่ง ความวุ่นวายในตลาดที่ตามมาหลังสกุลเงินเทอร์รายูเอสดีล่มสลาย นำไปสู่ความล้มเหลวของบริษัทคริปโตรายใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เซลเซียส เน็ตเวิร์ก ผู้ให้กู้ยืมคริปโตของสหรัฐ และบริษัท ทรี แอโรว์ส แคปิทอล ผู้จัดการกองทุนคริปโตฯ ในสิงคโปร์.
เครดิตภาพ : REUTERS



