น.ส.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช. ได้ดำเนินการสำรวจ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนและจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจเป็นประจำทุก 5 ปีพบว่า ข้อมูลผลการดำเนินกิจการของโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชน ในรอบปี 65 มี ผู้ป่วยที่เข้ามารับ การรักษาในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 60.8 ล้านราย ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นผู้รับบริการผู้ป่วยใน 2.3 ล้านราย เป็นชาวไทย 2.2 ล้านราย ชาวต่างชาติ 0.1 ล้านราย ส่วนผู้รับบริการผู้ป่วยนอก มีจำนวน 58.5 ล้านราย เป็นชาวไทย 53.4 ล้านราย ชาวต่างชาติ 5.1 ล้านราย

โดยผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชนโดยเฉลี่ยต่อแห่ง มีประมาณ 152,000 รายต่อแห่ง สำหรับจำนวนบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชนประมาณ 213,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาพยาบาล จำนวน 128,000 คน รองลงมาเป็นเจ้าหน้าที่บริการโรงพยาบาล จำนวน 45,600 คน เจ้าหน้าที่บริการทางการแพทย์ จำนวน 26,800 คน และเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร จำนวน 12,600 คน

น.ส.ปิยนุช กล่าวต่อว่า ผลสำรวจยังพบว่า โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังขาดแคลนเจ้าหน้าที่ และความต้องการบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติม เพื่อให้บริการกับผู้ป่วย โดยมี ต้องการเจ้าหน้าที่รักษาพยาบาลประมาณ 8,000 คน และเจ้าหน้าที่บริการทางการแพทย์ประมาณ 2,500 คน ขณะเดียวกัยกับข้อมูลสำรวจในเรื่องความช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น พบว่า ความต้องการการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย 1. ช่วยเหลือส่งเสริมข้อมูลด้านการแพทย์ และสาธารณสุข 78.4% 2. การให้สิทธิข้าราชการในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชน 73.1% 3. การอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เข้ามารับการรักษา 58.4% และ 4. สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระดับประเทศ 56.6% ซึ่งจะช่วยส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตด้วย.