ที่ห้องประชุมทุ่งเศรษฐี ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร พันเอก เสมอ แจ่มใส รอง ผอ.กอ.รมน. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อสื่อมวลชน

นายชาธิป ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของจังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะการลักลอบจุดไฟเผาป่าในเขตอุทยาน เขตป่าสงวนขณะนี้มีผลกระทบ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเราจะใช้มาตรการป้องกัน กำกับติดตามเหมือนดังเช่นปีทุกก็ตาม ก็ยังมีผู้ลักลอบกระทำความผิด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จังหวัดจะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดกวดขันเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ ยกตัวอย่างพื้นที่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ว่า ได้มีการดำเนินการกำหนดเขตพื้นที่สีแดง “ห้ามเผาเด็ดขาด” ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากบริเวณลานโพธ์ หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร และจะมีการจัดชุดลาดตระเวน หากพบให้ดำเนินคดีทันที และพื้นที่สีเหลือง “เผาที่ไหน ดับที่นั่น” รัศมี 10 กิโลเมตร จากบริเวณลานโพธิ์ หากพบการเผาให้จัดชุดเจ้าหน้าที่เข้าไปดับในทันที พร้อมทั้งขอความร่วมมืองดการเผา หากยังไม่ได้รับความร่วมมือ และกระทำความผิดซ้ำให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และจังหวัดกำแพงเพชร ได้แจ้งให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแจ้งให้นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจกับชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ประชาชน และทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้ทราบถึงสถานการณ์ มาตรการ ข้อกฎหมายต้องห้าม

ทั้งนี้ หากท่านใดพบเห็นหากพบเห็นการเผาในที่โล่งแจ้ง ให้แจ้งได้ที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกำแพงเพชร โทรศัพท์/โทรสาร 0-5570-5048 หรือแจ้งได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือ สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย 1784 หรือแจ้งที่ว่าการอำเภอ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายชาธิป ยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับบทลงโทษผู้กระทำผิดกับการบังคับใช้ข้อกฎหมายในการเผาป่า แต่ละระดับ ทั้งเขตอุทยานเขตป่าสงวน เขตเกษตรกรรมหรือในเขตชุมชน จะมีความผิดที่แตกต่างกันตามที่ข้อกฎหมายกำหนด โดยขั้นสูงสุดถ้าเป็นเขตอุทยาน ผู้กระทำผิดจะถูกจำคุก 1-20 ปี ปรับ 4 แสน ถึง 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในเร็วๆ นี้ จะได้นำเข้าที่ประชุม กรอ. เพื่อให้ทุกภาคส่วนรับทราบกับการบังคับใช้ข้อกฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่หากมีส่วนเกี่ยวข้อง จะได้มีการดำเนินการทางกฎหมายถึงขั้นเด็ดขาด.