เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการ การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน มีมติเห็นชอบแนวทางการใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต ปี พ.ศ. 2543 ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี โดยกันพื้นที่ออก 2.7 แสนไร่ ให้ ส.ป.ก. นำไปจัดสรร 1.6 แสนไร่ และอีก 1.1 แสนไร่ คืนให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการตามความเหมาะสมนั้น
โดยนายดำรงค์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการสำรวจหรือไม่ ว่าเป็นคนจนจริงๆ ทั้งหมดกี่ราย และเป็นคนรวยกี่ราย วันนี้ที่ดินส่วนใหญ่เปลี่ยนไปอยู่ในมือนายทุนทั้งนั้น แล้วทำไมต้องเป็นการให้ ส.ป.ก. นำไปจัดสรร เจตนาแอบแฝงอะไรหรือไม่ ที่ผ่านมาก็เสียหายเพราะอ้างว่าที่ดินอยู่ในเขต ส.ป.ก. แล้วสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศกัน ทั้งที่ไม่สามารถทำได้ เพราะยังเป็นที่ดินในเขตอุทยานฯ ตนไม่คัดค้านหากนำไปจัดสรรให้คนยากคนจนจริงๆ ทำกิน แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ ตามหลักการของ คทช. ไม่ใช่การให้เอกสารสิทธิ ไม่เช่นนั้นพื้นที่ป่าหมดแน่ เพราะที่ผ่านมาก็ไปสร้างรีสอร์ท บ้านพัก รอกันไว้แล้ว
นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นการหาเสียงของพรรคการเมือง ในช่วงใกล้เลือกตั้ง เพราะมีนักการเมืองในพื้นที่หลายคนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และหวังคะแนนเสียงกัน หากนำที่ดินไปให้ ส.ป.ก. จัดสรร ก็มีโอกาสที่รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีจะได้ประโยชน์ ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่กระทบกับส่วนที่เป็นคดีความไปแล้ว เพราะอาจนำเรื่องนี้ไปอ้างในการต่อสู้คดีได้ ทั้งนี้แนวเขตปี 2543 เป็นการแบ่งเส้นว่าไม่ให้ประชาชนบุกรุกเข้ามาเพิ่มอีก ไม่ใช่การไปบอกว่าให้เพิกถอนออกจากพื้นที่อุทยานฯ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่สามารถดำเนินการได้โดยง่าย เพราะอีกไม่อีกนานก็จะเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ที่สำคัญยังมีขั้นตอนของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปได้.



