สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี การเข้ามาปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย ยืนยันยูเครนจะไม่มีทางเป็นฝ่ายปราชัยในศึกครั้งนี้ และยืนยันจะต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ “ภายในปีนี้” พร้อมทั้งเรียกร้องความสนับสนุนด้านอาวุธเพิ่มเติมจากสหรัฐ และบรรดาพันธมิตรตะวันตก ตลอดจนความช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูประเทศ

On February 24, millions of us made a choice. Not a white flag, but the blue and yellow one. Not fleeing, but facing. Resisting & fighting.
— Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) February 24, 2023
It was a year of pain, sorrow, faith, and unity. And this year, we remained invincible. We know that 2023 will be the year of our victory! pic.twitter.com/oInWvssjOI
Thread: “Respect for our right to live in our land.”
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) February 24, 2023
Zelenskiy appealed to Russia to stop bombing Ukrainian cities during the press conference to mark one year of war https://t.co/zN8lH9zORu pic.twitter.com/Azw93pHm6j
ด้านรัฐบาลวอชิงตันประกาศจัดสรรงบประมาณสนับสนุนยูเครนเพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 69,760 ล้านบาท) ส่วนใหญ่ยังคงเน้นครอบคลุมความช่วยเหลือทางทหาร และการขยายขอบเขตมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งรอบนี้พุ่งเป้าไปยังอุตสาหกรรมเหมืองและเหล็ก และบริษัทของอีกหลายประเทศ ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสงครามครั้งนี้ แต่สหรัฐเชื่อว่า ส่งออก “สินค้าต้องห้าม” ตามบัญชีดำของรัฐบาลวอชิงตัน ให้แก่รัฐบาลมอสโก

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ยืนกรานว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่มีนโยบายมอบความสนับสนุนที่เป็นเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ให้แก่ยูเครน กระนั้น โปแลนด์ยื่นข้อเสนอช่วยฝึกฝนนักบินทหารของยูเครน ในการใช้งานเครื่องบินเอฟ-16 และรถถังประจัญบาน “เลพเพิร์ด” ชุดแรกจากโปแลนด์ จำนวน 7 คัน เดินทางถึงยูเครนแล้ว ทว่ายังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เป็นรุ่นใหม่คือ “เลพเพิร์ด 2” หรือรุ่นดั้งเดิม คือ “เลพเพิร์ด 1”

ขณะที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประกาศมอบความสนับสนุนด้านการฟื้นฟูประเทศให้แก่ยูเครน เพิ่มอีก 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87,200 ล้านบาท)
ในส่วนของความสูญเสียด้านกำลังพล ทั้งรัสเซียและยูเครนปฏิเสธเปิดเผยสถิติอย่างเป็นทางการมานานแล้ว อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงและข่าวกรองของฝ่ายตะวันตก ประเมินว่าทั้งสองประเทศสูญเสียทหารไปแล้ว “มากกว่า 150,000 นาย” ส่วนพลเมืองยูเครนเสียชีวิต “ไม่ต่ำกว่า 40,000 ราย” และ “มากกว่า 14 ล้านคน” กลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย.
เครดิตภาพ : REUTERS



