สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของตุรกี รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากธรณีพิบัติภัย ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในภูมิภาคทางตะวันออกเฉียงใต้และทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 44,218 คน และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 108,000 คน

ชายหนุ่มชาวตุรกี ร่วมนำลูกโป่งสีแดงมาผูกติดกับซากปรักหักพังที่เป็นผลจากแผ่นดินไหวรุนแรง เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ รำลึกถึงผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเด็ก ในเมืองอันตักยา ทางตอนใต้ของตุรกี


ขณะที่สำนักข่าวแห่งชาติของซีเรีย (ซานา) รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 5,914 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 14,500 คน ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมในทั้งสองประเทศเพิ่มเป็นอย่างน้อย 50,132 ราย และได้รับบาดเจ็บสะสมอีกมากกว่า 122,500 คน


ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาลตุรกีเปิดเผยว่า หน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้องทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เริ่มโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้แก่ผู้ประสบภัยแล้ว โดยในเบื้องต้นมีการตั้งเป้าก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ 200,000 แห่ง และบ้านเดี่ยวอีก 70,000 หลัง ซึ่งจะใช้งบประมาณราว 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 522,900 ล้านบาท)


อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์โดยเจพี มอร์แกน เชส หนึ่งในวาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐ ระบุว่า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจทั้งของโลกและของตุรกีที่ยังคงตึงตัว กอรปกับภาวะเงินเฟ้อ งบประมาณเพื่อการนี้อาจบานปลายเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 871,500 ล้านบาท)


ในอีกด้านหนึ่ง รายงานโดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลให้ชาวตุรกีมากกว่า 1.5 ล้านคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และการก่อสร้างบ้านใหม่ต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 500,000 หลัง พร้อมทั้งประเมินปริมาณซากความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 116-210 ล้านตัน มากกว่าเกือบ 10 เท่า เมื่อเทียบกับแผ่นดินไหวในตุรกีเมื่อปี 2543 ซึ่งก่อให้เกิดซากความเสียหายประมาณ 13 ล้านตัน.

เครดิตภาพ : AFP