“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย พบ เติร์กเมนิสถาน ในฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่ม D นัดสุดท้าย วันที่ 31 มี.ค. 69 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น. โดยบัตรเข้าชม ยังมีจำหน่ายหน้าสนาม เริ่มเวลา 13.00 น.
อ่านข่าว : ก่อนเชียร์ชุดใหญ่! ลุ้น ‘ช้างศึก 23 ปี’ คว้าแชมป์ที่จีน บ่ายนี้ถ้าชนะเฮเลย มีถ่ายทอดสด
ทั้ง 2 ทีมมี 12 แต้ม แย่งคว้าตั๋วใบเดียวเข้ารอบสุดท้าย โจทย์ของทีมไทย คือ “ต้องชนะ” เท่านั้น เนื่องจากเกมแรก บุกแพ้มาก่อน 1-3 ทำให้ “เฮดทูเฮด” เป็นรอง หาก ไทยเสมอ หรือแพ้ ก็ตกรอบ ปล่อยให้ เติร์กเมนิสถาน บุกมาคว้าตั๋วถึงถิ่นไปเตะรอบสุดท้ายที่ ซาอุฯ แทน
ทีมชาติไทย ตอนนี้อยู่อันดับ 94 ของโลก และที่ 16 เอเชีย ส่วน เติร์กฯ ที่ 137 โลก และที่ 26 เอเชีย

สำหรับทีมชาติไทย เกมนี้ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ แนวรับ โจนาธาร เข็มดี กับ ณัฐพงษ์ สายริยา, แบ๊กขวา ศุภนันท์ บุรีรัตน์, ซ้าย นิโคลัส มิคเกลสัน แดนกลาง น่าจะเป็นหน้าที่ของ ธีราทร บุญมาทัน, สารัช อยู่เย็น โดยมี “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นเกมรุก ขณะที่ริมเส้นซ้าย-ขวา สุภโชค สารชาติ, เสกสรรค์ ราตรี โดยกองหน้า “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด น่าจะได้โอกาสก่อน จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ จากกริมสบีทาวน์

เกมนี้มีถ่ายทอดสด ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32, www.thairath.co.th/tv/live, เฟซบุ๊ก ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐสปอร์ต, ยูทูบ Thairath Sport, BG SPORTS และ แอปพลิเคชัน True Visions NOW
ก่อนเกม “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เดินทางไปเยี่ยมนักเตะที่โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดย มาดามแป้ง กล่าวว่า เป็นหนึ่งในเกมสำคัญที่สุดของ ทีมชาติไทย ในรอบหลายปี ด้วยเงื่อนไขของเราตอนนี้ ไม่ปฏิเสธว่าทีมไทยกดดันมากกว่าเติร์กเมนิสถาน แต่ก็เห็นรอยยิ้มนักเตะ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เชื่อมั่นว่าจะทำได้ และผ่านความกดดันครั้งนี้ไปได้
นายกบอลไทย กล่าวอีกว่า เห็นทุกคนทำงานกันหนักมาก จึงอยากเติมเต็มกำลังใจอัดฉีดชนะ 3 ล้านบาท แต่หากชนะด้วยผลต่าง 3 ลูกขึ้นไป จะเพิ่มเป็น 5 ล้านบาท



