นายวิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28-29 มี.ค. 69 สำนักงาน กขค.ได้ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบเชิงรุกกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมส่งออกบางราย กระทำการอันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หลายมาตรา โดยได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการหลายแห่งในอำเภอดำเนินสะดวก เพื่อดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยได้สอบถามข้อมูล บันทึกถ้อยคำพยาน และรวบรวมเอกสารหลักฐานจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูป และผู้รับซื้อเพื่อส่งออก
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานครั้งนี้ พบข้อมูลและพยานหลักฐานเบื้องต้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การฮั้วราคารับซื้อและการแบ่งโควตาการส่งออก โดยมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อและส่งออกมะพร้าวรายใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีกลุ่มทุนต่างชาติเป็นผู้ถือครองหรือมีอิทธิพลในการควบคุม มีพฤติกรรมนัดหมายและตกลงกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวหน้าโรงงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำนวนมาก
นายวิษณุ กล่าวว่า ยังปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออกระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นการจำกัดการแข่งขันในตลาดโดยไม่ชอบธรรม เข้าข่ายเป็นความผิดตาม มาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ประเด็นที่ 2 การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบและกดราคารับซื้อจากเกษตรกร โดยมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ มีอำนาจเหนือตลาดในระดับสูง ทั้งด้านการควบคุมปริมาณตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออกและการเข้าถึงช่องทางตลาดปลายทาง ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวซึ่งไม่มีอำนาจต่อรองต้องจำหน่ายผลผลิตในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตมาเป็นเวลานาน
ขณะที่ราคาจำหน่ายปลีกในตลาดปลายทางยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนต่างระหว่างราคาหน้าสวนกับราคาปลายทางที่ห่างกันอย่างผิดสังเกตนี้ บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสในกลไกราคาตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาจเป็นความผิดตามมาตรา 50 และมาตรา 57 ส่วนประเด็นที่ 3.พบการปลอมปนและสำแดงเท็จในผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว โดยพบข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตและส่งออกน้ำมะพร้าวที่มีการผสมสารอื่นแต่สำแดงว่าเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียงสินค้าเกษตรไทย โดยหลังจากนี้ กขค. อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลและพยานหลักฐานที่รวบรวมได้จากการลงพื้นที่ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป



