โดยเฉพาะมุมที่ได้ใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในบทบาทวิถีอาชีพทั้งนางแบบ ควบคู่ไปกับการเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่ Collaborative Arts, New York University และ School for Poetic Computation เพอร์ฟอร์มานซ์ อาร์ติสต์ และผู้ร่วมก่อตั้ง MORAKANA, NUUM Collective

ย้อนกลับไปในวันเริ่มต้นใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก นานนับ 10 ปี คุณงอนงอน เล่าว่า เริ่มแรกหลังเรียนจบปริญญาตรี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ เอก Exhibition Design จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบมาไม่ถึงปีคิดเพียงว่า อยากเที่ยวและเดินทางมาเยี่ยมพี่ชายที่นิวยอร์ก แต่จับพลัดจับผูลมีเอเจนซี่รับเป็นนางแบบ พอลองทำได้เดือนหนึ่งได้วีซ่าทำงาน เลยตัดสินกลับมาเก็บของที่เมืองไทยและตั้งใจจะทำงานนี้เพียงสามเดือน แต่สุดท้ายกลายทำยาวเลย พอทำสักพัก เริ่มอยากกลับไปทำงาน ดีไซน์ แบรนดิ่ง เลยเริ่มฝึกงานบริษัททำแบรนด์ดิ่ง เป็นผู้ช่วยช่างภาพแฟชั่นโฟโตกราฟเฟอร์ พอเริ่มทำงานเริ่มรู้สึกคิดถึงการทำงานครีเอทีฟ ออกแบบ เริ่มคิดหาที่เรียนหนังสือ ระหว่างนั้นมีโอกาสได้เล่นดนตรี แสดงสดกับเพื่อนๆ ที่นิวยอร์ก ได้ทดลองเล่นเดือนละครั้งตลอดปี ไม่ใช่นักดนตรีจริงๆ เวลาไปเล่นทำอุปกรณ์ขึ้นมาเองเช่น เอาเครื่องดักควันมาแกะและทดลองต่อสายเสียงลงไปให้เกิดเสียงสัญญาณขึ้นมา   พอทำสักพักอยากเข้าใจมากขึ้นอยากรู้ว่าโปรแกรมมิ่งคืออะไร เลยไปเรียนต่อ ปริญญาโท ที่นิวยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี้ คณะ Interactive Telecommunications Program, New York University(ITP) จนจบการศึกษา 

“ตอนนี้หลักๆ เป็นอาจารย์สอนหนังสือ ทำบริษัทกับพาร์ทเนอร์ ทำอุปกรณ์ให้ศิลปินที่จัดนิทรรศการ ทำการแสดงโซโล เพอร์ฟอร์แมนซ์ และเป็นนางแบบไปด้วย ตอนแรกที่มานิวยอร์กไม่ได้คิดว่าจะมาทำงานที่นี่และทำนานขนาดนี้ เกินความคาดหมาย เหนือความคาดหมายมาก ที่นิวยอร์กมีความกดดันสูงมากเช่น การไปแคสติ้งช่วงแรกที่ทำงานเป็นนางแบบเป็นหลัก บ่อยมากที่ไม่ได้งาน วันหนึ่งแคสต์เกือบ 15- 20 ที่ บางวันไม่ได้สักที่ บางทีทั้งเดือนได้แค่ 2-3 งาน ทำให้เราต้องรับความผิดหวังเรื่อยๆ แต่เราไม่ได้คิดว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะได้งาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสอนให้รู้ว่า ต่อให้เราไม่ได้งานนี้ เราต้องได้งานอื่น อย่าไปเสียใจ เรื่องพลังบวกงอนนำมาใช้ค่อนข้างบ่อย เช่นเรื่องเวลาที่แคสท์แล้วไม่ได้งาน เราจะบอกตัวเองว่า ถ้าพรุ่งนี้เรายังตื่นมาได้ เราก็ยังมีโอกาสได้งาน เพราะฉะนั้นอะไรที่ย้อนเวลาไปไม่ได้ เราไม่ต้องคิดมาก การที่เราถูกปฏิเสธเหตุผลไม่ใช่ความผิดที่เรา มาจากหลายปัจจัยรวมกัน โปรเจกต์นี้อาจไม่เหมาะกับเรา โปรเจกต์หน้าอาจเหมาะกับเรา อย่าท้อ”

คำพูดที่ว่าการทำอะไรด้วยใจ งอนมีความเชื่อมากๆ เพราะงอนรู้สึกว่าถ้าเราไม่รู้สึกตั้งใจทำ หรือมีความสุขจริงๆ งานจะออกมาค่อนข้างชัด ถ้าเราตั้งใจทำสิ่งนี้จริงๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดคืองานจะโชว์ออกมาเช่นการใส่ใจในรายละเอียด เวลาที่งอนออกแบบโปรแกรมให้ลูกค้าแบบต้องมีการแก้ไข ถ้าทำไม่สำเร็จ พาร์ทเนอร์ของงอนที่ทำงานบริษัทเดียวกัน จะคอยให้กำลังใจว่า “อย่ายอมแพ้” เขาจะพูดคำเดียวสั้นๆว่า “ลองอีก อย่ายอมแพ้” บางทีการที่เราได้ยินคำเดียวสั้นๆ โมเมนต์ที่ต้องการคำนี้เราจะรู้สึกมี “พลัง” มีช่วงหนึ่งเหมือนกันที่รู้สึกหาทางออกไม่ได้จริงๆ งอนมีรุ่นพี่สมัยตั้งแต่เรียนบดินทร์เดชา ชื่อพี่ตั๊ก เขาบอกว่า เราเอาเครดิตให้ตัวเองบ้างก็ได้ ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวตลอดไป เราทำมาถึงขนาดนี้เ ราต้องให้กำลังใจตัวเอง ให้เครดิตภูมิใจในตัวเอง”

คุณงอนงอน สาวมาดเท่ ยังสะท้อนมุมมอง เกี่ยวกับความสมบูรณ์แบบของความสวยหล่อได้อย่างน่าสนใจว่า “งอนเชื่อมั่นมากๆ ว่าทุกคนเป็นคนสวยคนหล่อไม่ว่าเพศไหน ไม่ว่าเชื้อชาติไหน อย่างแรกที่อยากบอกทุกคนให้เข้าใจว่า ต่อให้เป็นนางแบบ นักแสดงดาราสำคัญขนาดไหน ไม่มีใครเลยที่เฟอร์เฟกต์ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปทำอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นแบบพิมพ์นิยม ถ้าเราจะทำอะไรที่มีความสุข ให้เรารักในสิ่งที่ตัวเองเป็น ยอมรับความสวยที่แตกต่าง”.

 เรื่อง : แก้วใจ