เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 พ.ค. 69 ที่หน้า สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร. ช่วยราชการ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด “เปา KB (คลองสอง ลำลูกกา)” สามารถจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่

  1. นายวิโรจน์ หรือ “เปา” อายุ 42 ปี ภูมิลำเนา ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
  2. นายวัชรพงษ์ หรือ “โต้ง” อายุ 31 ปี ภูมิลำเนา ต.พรมเทพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์
  3. นางสาวปริฉัตร หรือ “บี” อายุ 21 ปี ภูมิลำเนา แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
  4. น.ส. Panatda หรือ “ปลาย” อายุ 19 ปี สัญชาติลาว

พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 8,900,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 5 เครื่อง และรถยนต์ที่ตรวจยึด จำนวน 2 คัน

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 เปิดเผยพฤติการณ์การจับกุมว่า ตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล และนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 1 บูรณาการร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ขกท.ศปก.นสศ.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1

ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลเครือข่ายพักและลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่ามีกลุ่มผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาพักไว้ในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยใช้บ้านพักในพื้นที่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี และซอยบ้านปั้นทองนิเวศน์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งพักยาเสพติด

ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 19 ต่อเนื่องถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว และสามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 4 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 45 กระสอบ รวมประมาณ 8,900,000 เม็ด โดยพบซุกซ่อนในพื้นที่บ้านไม่มีเลขที่ ซอยบ้านปั้นทองนิเวศน์ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จำนวน 40 กระสอบ (ประมาณ 8,000,000 เม็ด) และบ้านเลขที่ 20 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จำนวน 5 กระสอบ (ประมาณ 900,000 เม็ด)

เหตุเกิดในพื้นที่บ้านไม่มีเลขที่ ซอยบ้านปั้นทองนิเวศน์ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 20 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 03.30 น. ต่อเนื่องถึงเวลา 10.30 น.

การจับกุมครั้งนี้สามารถยับยั้งการแพร่กระจายยาเสพติดสู่ประชาชนเป็นจำนวนมาก หากหลุดรอดออกสู่ตลาดจะมีมูลค่ากว่า 300,000,000 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้ร่วมขบวนการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด เพื่อนำมาตรการสมคบ สนับสนุน ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินคดีต่อไป