ศึกยูยิตสูชิงแชมป์เอเชีย 2023 ที่อาคารนันทนาการ ม.รังสิต ปิดฉากไปแล้วเมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 ก.พ. ในวันสุดท้ายมีนักกีฬาไทย ผ่านเข้ารอบชิงหลายรายการ โดยประเภทดูโอ้คลาสสิก คู่ผสม “พลับ” วราวุฒิ แสงศรีเรือง กับ “มุก” ลลิตา ยืนนาน คู่ยูยิตสูไทย ดีกรีเหรียญทอง ศึกเวิลด์เกมส์ 2022 ที่ยูเออี พบกับคู่จากกัมพูชา ปรากฏว่า พลับ-มุก โชว์ลีลาได้ประทับใจกรรมการมากกว่า จึงคว้าเหรียญทอง ไปครอง เหรียญเงิน กัมพูชา เหรียญทองแดง เวียดนาม ทั้ง 2 คู่

นอกจากนี้ ทัพยูยิตสูไทย ยังคว้าอีก 4 ทอง ดังนี้ ประเภทดูโอ้คลาสสิก หญิง “มาย” ปัญญาภรณ์ เผ่าพันธ์ กับ “มิ้น” กัญญารัตน์ เผ่าพันธ์, ประเภทดูโอ้คลาสสิก ชาย “ซัน” วราวัฒน์ ดียะตาม กับ “ก็อต” นาวิน ก่อแก้ว, ประเภทฟูลคอนแท็ก 48 กก.หญิง “แก้ว” ปวีณา พละกาล ส่วน ณัฐชยา สุกัน ได้เหรียญเงิน และประเภทฟูลคอนแท็ก 57 กก.หญิง “นุช” นุชนาฎ สิงห์ฉลาด
สรุปผลงานศึกยูยิตสูชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ ทีมไทย กวาดไป 16 ทอง 11 เงิน 16 ทองแดง พร้อมป้องกันตำแหน่งเจ้าเหรียญทองและถ้วยคะแนนรวม มาครองอีกสมัย

ผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ นายกสมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย เผยว่า ภาพรวมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้ถือว่าดีมากๆ ทางสหพันธ์ยูยิตสูนานาชาติ ได้มอบถ้วยรางวัล เพื่อเป็นการชื่นชม ที่ประเทศไทยสามารถจัดการแข่งขันออกมาได้มหัศจรรย์มากๆ ซึ่งจริงๆ แล้วประเทศไทยก็เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบ่อย แต่ครั้งนี้เราได้เน้นเรื่องสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้ามาด้วย รวมถึงเรื่องการดูแลนักกีฬาซึ่งครั้งนี้มาเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 600 คน จาก 30 ประเทศ ถือว่ามากที่สุดเท่าที่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชียเคยมีมา ซึ่งเราก็ทำได้ดี มีการดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่พัก รวมถึงในส่วนของ วีไอพี แบบเต็มที่ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน โดยทางสหพันธ์กีฬายูยิตสูนานาชาติได้มีการพูดคุยกันถึงโอกาสให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลก ซึ่งเราเองก็ต้องขอกลับไปพูดคุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร เนื่องจากมีเรื่องของงบประมาณเข้ามาด้วย

“ส่วนเรื่องผลงานนักกีฬาไทย ครั้งนี้เราได้ 16 เหรียญทอง ครองเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ แม้ว่ายอดเหรียญทองจะน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา แต่จากจำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันที่มากกว่า ซึ่งสหพันธ์ฯ เองก็ยังไม่เคยเจอนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ที่มากขนาดนี้ ต้องถือว่านักกีฬาไทยทำผลงานได้ดี หลังจากโควิด-19 หลายๆ ชาติพัฒนาขึ้นมาได้อย่างน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็น จีน, คาซัคสถาน หรือแม้กระทั่งกัมพูชา ก็ยกระดับมาตรฐานขึ้นมาได้อย่างน่ากลัว อย่างครั้งนี้ก็มีเหรียญติดมือกลับบ้านจากที่ไม่เคยได้เหรียญมาก่อน ส่วนการแข่งขันซีเกมส์ ที่กัมพูชา ช่วงเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 3 เหรียญทอง จากประมาณกว่า 10 อีเวนต์ ซึ่งอาจจะต้องรอให้จำนวนอีเวนต์ที่เจ้าภาพจัดให้นิ่งอีกนิด ซึ่งเราก็ยังประมาทไม่ได้เหมือนกัน” ประมุขยูยิตสูไทย กล่าว



