เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (26 ส.ค.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ “หอภาพยนตร์ Thai Film Archive” โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า หอภาพยนตร์ขอร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ สมโพธิ แสงเดือนฉาย ผู้สร้างผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนสำคัญ เจ้าของฉายา “เจ้าพ่อแห่งสเปเชียลเอฟเฟกต์เมืองไทย”

สมโพธิ เริ่มเกี่ยวข้องกับวงการภาพยนตร์อย่างจริงจัง เมื่อ พ.ศ. 2505 โดยขณะทำงานอยู่ในฝ่ายภาพยนตร์โฆษณาของธนาคารออมสิน สมโพธิ ในวัย 20 ปี ได้รับทุนจากต้นสังกัดให้ไปฝึกงานที่โรงถ่ายโตโฮ โรงถ่ายภาพยนตร์ชื่อดังของญี่ปุ่น และได้ทำงานร่วมกับบุคคลสำคัญทั้ง อากิระ คุโรซาว่า ฮิโรชิ อินางากิ โตชิโร่ มิฟูเน่ และที่สำคัญคือ เอจิ ซึบูราญ่า หัวหน้าแผนกเทคนิค พิเศษของโรงถ่าย ผู้ให้กำเนิดก็อตซิลล่า ทำให้สมโพธิได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิคพิเศษต่าง ๆ มากมาย และเกิดความเคารพนับถือเอจิ ซึบูราญ่า เป็นอาจารย์คนสำคัญของชีวิต

ปี พ.ศ. 2506 เอจิ ซึบูราญ่า ได้ก่อตั้งบริษัทของตนเอง และต่อมาก็ได้เริ่มโครงการสร้าง อุลตร้าแมน โดยทีมงานได้ส่งแบบร่างลักษณะของ อุลตร้าแมนมาให้เลือกมากมาย หนึ่งในนั้นเป็นแบบที่พัฒนามาจากรูปพระอัฏฐารส พระพุทธรูปปางเปิดโลก แห่งวัดมหาธาตุ ที่สมโพธินำมาให้ดู ซึ่งสุดท้าย แล้วได้กลายมาเป็นต้นแบบจริง ๆ ของ อุลตร้าแมน ออกแบบโดย โทรุ นาริตะ ผู้กำกับศิลป์ของโรงถ่ายโตโฮ

เมื่อกลับมาจากญี่ปุ่น สมโพธิได้ก่อตั้งบริษัท ไชโยภาพยนตร์ และเริ่มสร้างภาพยนตร์ในแนวทางที่เขาได้เรียนรู้มาจากญี่ปุ่น เรื่องแรกคือ ท่าเตียน ในพ.ศ. 2516 จากนั้นเขาได้ลงทุนให้ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ผลิตภาพยนตร์ 2 เรื่องคือ ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ (2517) และ หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ (2517) ซึ่งเรื่องหลังประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างมากทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยหอภาพยนตร์ เมื่อ พ.ศ.2555

ผลงานการสร้างภาพยนตร์เรื่องต่อ ๆ มาของสมโพธิ ยังคงเน้นจุดเด่นในด้านเทคนิคพิเศษ และส่วนมากได้นำมาผสมผสานกับวรรณคดีไทย เช่น กากี (2523) ไกรทอง (2523) พระรถเมรี (2524) ขุนช้างขุนแผน ตอนปราบจระเข้เถนขวาด (2525) ศึกกุมภกรรณ (2527) เป็นต้น

สมโพธิ แสงเดือนฉาย เสียชีวิตกลางดึกที่ผ่านมา ในวัย 80 ปี หอภาพยนตร์ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคุณสมโพธิ และร่วมรำลึกถึงนักสร้างภาพยนตร์ผู้เปี่ยมไปด้วยจินตนาการและความฝันอันยิ่งใหญ่ มา ณ ที่นี้.

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า สมโพธิ แสดงเดือนฉาย นั้น เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Power-Up Mag และ หอภาพยนตร์ Thai Film Archive