“เดลินิวส์” พามาย้อนดู ไทม์ไลน์ใน “บิ๊กดีล” ระหว่าง “ทรู-ดีแทค” ครั้งนี้ ซึ่งก็มีทั้งผู้เห็นด้วยและ ไม่เห็นด้วย จนในที่สุดก็สามารถเดินหน้า ประกาศควบรวมกันเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 66 กินเวลายาวนานกว่า 15 เดือน หลังผู้บริหารทั้งสองบริษัท ประกาศต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. 2564 ซึ่งมีเหตุการณ์อะไรบ้างไปอ่านกันได้เลย!!!

-วันที่ 22 พ.ย. 2564 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทเลนอร์ ประกาศดำเนินการควบรวมบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) อย่างเป็นทางการ

ตั้งเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) เสริมธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ การสร้างดิจิทัลอีโคซิสเต็ม และกองทุนสตาร์ทอัพ เพื่อสอดรับยุทธศาสตร์ ประเทศไทย 4.0 ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค โดยคาดว่ากระบวนการ ในการศึกษาจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรก ปี 65 จากนั้นจากนั้นจะมีลงนามในสัญญาที่มีผลตามกฎหมาย

-วันที่ 23 พ.ย. 64 ทางเครือข่ายผู้บริโภค และนักวิชาการทีดีอาร์ไอ ออกมาคัดค้านทันที การควบรวมทำให้ผู้บริโภค มีทางเลือกน้อยลง อำนาจการต่อรองน้อยลง การแข่งขันลดลง ทำให้เสี่ยงที่ราคาค่าบริการจะแพงขึ้น กระทบผู้บริโภค

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เชิญผู้บริหารของ ทรู-ดีแทค เข้าชี้แจงเรื่องการควบรวมครั้งนี้  สั่งให้ 2 บริษัทแจ้งความคืบหน้าให้ทาง กรรมการ กสทช.ทราบในทุกเดือน เพื่อหากเกิดปัญหาได้เตรียมการได้ทัน

ชารัด เมห์โรทรา (ซ้าย) มนัสส์ มานะวุฒิเวช (ขวา)

-เดือน ม.ค. 65 ทรู-ดีแทค ส่งรายระเอียดแผนการควบรวมให้ทาง กสทช.พิจารณา

-วันที่ 20 เม.ย. 65 คณะกรรมการ กสทช.ชุดใหม่ 5 ราย ประกอบด้วย นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง นางพิรงรอง รามสูต กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และนายศุภัช ศุภชลาศัย กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ ทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงตำแหน่ง เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

-วันที่ 27 เม.ย. 65 การประชุมครั้งแรกของ กสทช.ชุดใหม่ เห็นชอบแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ เรื่องควบรวมทรู-ดีแทคจำนวน 4 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย คณะอนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภค และสิทธิพลเมือง คณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยี และคณะอนุกรรมการ ด้านเศรษฐศาสตร์

และให้จัดประชุม หรือโฟกัสกรุ๊ป เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป ตลอดจนมอบหมายให้ คณะทำงานของสำนักงาน กสทช. และ ที่ปรึกษาเอกชน ศึกษาผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ และสังคมในระยะเวลาที่เร็วที่สุด

-วันที่ 9 พ.ค. 65 สำนักงาน กสทช. จัดโฟกัส กรุ๊ปต่อกรณีการควบรวมธุรกิจระหว่าง ทรูและดีแทค ครั้งที่ 1 สำหรับ กลุ่มภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการเสียงแตก ทั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วย ด้านเอไอเอส ค้านหากถึงที่สุดแล้วเรื่องนี้ทำให้ ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์ ก็อาจต้องขอพึ่งอำนาจศาลปกครองเป็นทางเลือกสุดท้าย

-วันที่ 26 พ.ค. 65 สำนักงาน กสทช.จัด โฟกัสกรุ๊ป ครั้งที่ 2 ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และสิทธพลเมือง ด้านสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการควบรวม เนื่องจากขัดต่อกฎหมายอย่างน้อย 4 ฉบับ คือ ก.ม.รัฐธรรมนูญ  ก.ม.กสทช.  พ.ร.บ.ผู้บริโภค  และ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า  โดยหากปล่อยให้มีการควบรวม จะทำให้ผู้บริโภคจำนวน 80 ล้านเลขหมาย จะต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้นรวม 1,760-13,600 ล้านบาทต่อเดือน

-วันที่ 7 มิ.ย.65 สำนักงาน กสทช. จัด โฟกัสกรุ๊ป ครั้งที่ 3 กลุ่มวิชาการ ผลศึกษาอนุกรรมการฯด้านเศรษฐศาสตร์ ผ่านแบบจำลอง พบว่า ในแง่ของอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังการควบรวม โดยแบ่งเป็น

1.กรณีไม่มีการร่วมมือกัน อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในช่วง 0.05%-0.12% 2.กรณีร่วมมือกันในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในช่วง 0.17%-0.34% 3.กรณีที่ร่วมมือกันในระดับสูง อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในช่วง 0.60%-2.07%

ส่วน สรุปผลการศึกษาอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

1.กรณีไม่มีการร่วมมือกัน จีดีพีหดตัวลดลงในช่วง 0.05%-0.11% คิดเป็นมูลค่าลดลง 8,244-18,055 ล้านบาท 2.กรณีร่วมมือกันในระดับต่ำ จีดีพีหดตัวลดลงในช่วง 0.17%-0.33% คิดเป็นมูลค่าลดลงราว 27,148-53,147 ล้านบาท

3.กรณีที่ร่วมมือกันในระดับสูง จีดีพีหดตัวลดลงในช่วง 0.58%-1.99% คิดเป็นมูลค่าลดลงราว 94,427-322,892 ล้านบาท


-วันที่ 30 มิ.ย.65 นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป นัดสื่อแถลงข่าว หลังในช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือถึงกรณีการควบรวมกับกลุ่มทรู และการจะถอนการลงทุน จากประเทศไทย โดยยืนยันว่า เทเนนอร์ กรุ๊ป จะไม่มีการถอนการลงทุนจากประเทศไทยและยังมองเรื่องการ ทำธุรกิจออกไปในอีก 20 ปีข้างหน้า ส่วนการควบรวมกับทรู เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเปลี่ยนไปคู่แข่งจะไม่ใช่แค่ บริษัทโทรคมนาคม แต่ยังมีแพลตฟอร์มระดับโลก อย่าง อเมซอน กูเกิล และ ไมโครซอฟท์ ฯลฯ  

-วันที่ 22 ก.ค. 65 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลขนกรณีการควบรวมของ ทรู-ดีแทค ยืนยันจากการศึกษาประกาศ กสทช.ปี 61 ทาง กรรมการ กสทช. ไม่มีอำนาจในการอนุมัติ การควบรวมครั้งนี้ แต่มีอำนาจในการออกเงื่อนไขให้ทั้งสอง บริษัทปฏิบัติตาม เมื่อควบรวมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านต่าง ๆ พร้อมยืนยันไม่ได้กดดัน กสทช. ขอให้เร่งกระบวนการพิจารณาตามกรอบที่ กสทช.เป็นผู้กำหนด 90 วัน ซึ่งเลยมาแล้ว และหลังถูกถามจาก ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ

โดยระหว่งการแถลงข่าว มีข่าวตามเว็บไซต์สื่อต่าง ๆ ว่า อนุกรรมการฯ ของ กสทช. ได้มีมติ 3 ต่อ 1 ไม่ควรอนุมัติให้ควบรวม ทำหุ้น ทรู-ดีแทค ตก ด้าน สำนักงาน กสทช.ออกปฏิเสธเป็นข่าวเท็จ กสทช.ยังไม่มีการลงมติ ทาง ทรู-ดีแทค ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นข่าวปลอม

-วันที่ 3 ส.ค. 65 ที่ประชุม บอร์ด กสทช.ให้สำนักงาน กสทช. ไปรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์เพิ่มเกี่ยวกับโครงสร้างการรวมธุรกิจของบริษัทใหม่ ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด การถือครองคลื่นความถี่ การลดอัตราค่าบริการ ฯลฯ มาให้เสนอให้บอร์ดใหม่อีกครั้ง หลังจากเห็นว่าผลการศึกษา จากสำนักงาน กสทช. คณะอนุกรรมการ 4 คณะที่ตั้งขึ้น ยังไม่ครบถ้วน  

-วันที่ 10 ส.ค. 65 ที่ประชุมบอร์ด กสทช. วางกรอบให้สำนักงานฯ ส่งผลศึกษาเพิ่มเติมในเรื่อง โครงสร้างการรวมธุรกิจของ บริษัทใหม่ ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด การถือครองคลื่นความถี่ การลดอัตราค่าบริการ ฯลฯ กลับมาให้บอร์ดเพื่อใช้พิจารณา ภายใน 30  วัน

-วันที่ 23 ส.ค. 65 นายเพทาย วัฒนศิริ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขออนุญาตดำเนินคดีแบบกลุ่ม หรือ Class Action ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จำนวน 5 คน

-วันที่  24 ส.ค. 65 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติ 3:2 ยื่นคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตีความอำนาจตัวเองเป็นรอบที่ 2

-วันที่ 30 ส.ค. 65 นายภัทร ภมรมนตรี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบการทำงานของ กสทช.และพวก ว่าส่อเจตนาเอื้อเอกชนหรือไม่ จากกรณีทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กฤษฎีกาพิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ของตน ในการพิจารณาการควบรวมธุรกิจทรู-ดีแทค เป็นรอบที่ 2

 -วันที่ 14 ก.ย.65 ที่ประชุมบอร์ด กสทช. ยังไม่มีลงมติควบรวบ ทรู-ดีแทค รอ ความเห็นตอบกลับจากกฤษฎีกา เพื่อใช้ประกอบพิจารณาดีล ควบรวมทรู-ดีแทค

-วันที่ 20 ก.ย. 65 สำนักงาน กสทช. ได้รับทราบหนังสือตอบกลับจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องอำนาจของ กสทช. ในการรวม ธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค แล้ว เพื่อนำไปประกอบในการพิจารณาเรื่องการรวมธุรกิจฯ ต่อไป

-วันที่ 11 ต.ค. 65 “ทรู-ดีแทค” ยื่นหนังสือ ”กสทช.” เร่งรัดดีลควบรวม กสทช.คาดจบก่อนสิ้นเดือน โดย “ทรู-ดีแทค” ยื่นหนังสือต่อ ”กสทช.” ให้เร่งรัดตัดสินควบรวมธุรกิจโดยเร็ว หวั่นธุรกิจเกิดความเสียหาย และผู้บริโภคเสียประโยชน์

– วันที่ 12 ต.ค .65 ที่ประชุมบอร์ด กสทช. มีวาระพิจารณาเรื่อง ควบรวม ทรู-ดีแทค บอร์ด มีมติ ให้ประชุมนัดพิเศษวันที่ 20 ต.ค. 65 เพราะต้องรอผลศึกษาจาก SCF Associates Ltd. ที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศ เพื่อให้กรรมการ กสทช. ใช้ประกอบการพิจารณาลงมติ และคาดว่าการประชุม วันที่ 20 ต.ค. 65 จะได้ข้อยุติในเรื่องนี้

– วันที่ 20 ต.ค. 65 ประชุมบอร์ด กสทช.นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาลงมติ โดยใช้เวลา 11 ชั่วโมง ทาง กสทช. มีมติเสียงข้างมากรับทราบการควบรวม ทรู-ดีแทค พร้อมให้กำหนดเงื่อนไข/มาตรการเฉพาะเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค และตลาด โทรคมนาคม

– วันที่ 14 พ.ย. 65 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้อง หลังสภาองค์กรของผู้บริโภค ยื่นคำฟ้องให้ศาลเพิกถอนมติ กสทช. รับทราบ การรวมธุรกิจระหว่าง ทรู และ ดีแทค

-วันที่ 22 ก.พ. 66 ทาง ทรู และดีแทค ได้มีมติให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นร่วม ในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และได้เห็นชอบอนุมัติเรื่องเกี่ยวกับการตั้งบริษัทใหม่ อาทิ ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น และทุนชำระแล้วของบริษัทใหม่  

-วันที่ 1 มี.ค. 66 ทาง ทรู-ดีแทค ประกาศควบรวมมกันเสร็จสมบูรณ์ หลังได้ยื่นดำเนินการจดทะเบียนบริษัท จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และได้หนังสือรับรองบริษัทใหม่ตามที่ยื่นจดทะเบียน อย่างเป็นทางการในชื่อ “บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” เป็นการปิดฉาก ชื่อ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค อย่างเป็นทางการ ในตลาด คมนาคมไทย แต่ยังคงชื่อแบรนด์ ดีแทค ไว้ 3 ปี ตามเงื่อนไขของ กสทช.

-วันที่ 2 มี.ค. 66 นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร และนายชารัด เมห์โรทรา รองประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีกำหนดแถลงข่าว ถึงทิศทางของบริษัทใหม่ ในเวลา 13.30 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ในธีม “Better Together ชีวิตดีกว่าเมื่อมีกันและกัน”