พระมหาใจ เขมจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ประธานดำเนินงานโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ ปีที่ 6 พ.ศ.2569 กล่าวว่า ตามที่มีสามเณรสมัครเข้าร่วมโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ ปีที่ 6 รวม 23 รูป จาก 14 วัดนั้น โดยมีสอบจริง 13 รูป ส่วนที่เหลือขอถอนตัว ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการสอบรอบที่ 1 เสร็จสิ้นแล้ว มีรายชื่อสามเณรที่สอบผ่านดังนี้

1.สามเณรขันทะชัย สีบุญยัง อายุ 20 ปี วัดสนมหมากหญ้า จ.อุบลราชธานี 2.สามเณรตฤณ อภิวันท์สนอง อายุ 7 ปี วัดนิคมผัง 16 จ.นครราชสีมา 3.สามเณรบุญศักดิ์ บุญญาภิสมภาร อายุ 14 ปี วัดนครอินทร์ จ.นนทบุรี 4.สามเณรมาลูตี วงทิสุก อายุ 18 ปี วัดสนมหมากหญ้า จ.อุบลราชธานี 5.สามเณรอัครกิตติ์ ข่วงทิพย์ อายุ 8 ปี วัดนิคมผัง 16 จ.นครราชสีมา 6.สามเณรกฤตธร แสนคนึง อายุ 18 ปี วัดอรัญญิกาเสนานิคม จ.กาฬสินธุ์ 7.สามเณรอาชี ประกันชัย อายุ 17 ปี วัดสนมหมากหญ้า จ.อุบลราชธานี 8.สามเณรบีม คำพาวงศ์ อายุ 15 ปี วัดสามพระยา 9.สามเณรบัณฑิต เต็มส้ม อายุ 14 ปี วัดนครอินทร์ จ.นนทบุรี 10.สามเณรกฤตานนท์ วงศ์สุวรรณ อายุ 14 ปี วัดประทุมทายการาม จ.นครศรีธรรมราช 11.สามเณรปรัชญา พูนจันทร์ อายุ 14 ปี วัดประทุมทายการาม จ.นครศรีธรรมราช 12.สามเณรสันติ ขันติวงษ์ อายุ 17 ปี วัดปากน้ำ 13.สามเณรตูซง วื่อ อายุ 18 ปี วัดนครอินทร์ จ.นนทบุรี

พระมหาใจ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถิติเวลาในการสอบรอบที่ 1 พบว่า อายุน้อยที่สุด คือ สามเณรตฤณ อายุ 7 ปี อายุมากที่สุดคือ สามเณรขันทะชัย อายุ 20 ปี ส่วนเวลาที่ใช้ในการสอบมากที่สุดคือ สามเณรอัครกิตติ์ อายุ 8 ปี ใช้เวลา 65 นาที ขณะที่สามเณรที่ใช้เวลาสวดปาติโมกข์เร็วสุด เพียง 39 นาที คือ สามเณรบีม อายุ 15 ปี โดยกำหนดสอบรอบ 2 และพิธีมอบวุฒิบัตร และถวายทุนการศึกษา ดังนี้ สอบรอบที่ 2 วันที่ 12 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ตามตารางที่จะกำหนดให้ต่อไป โดยขั้นตอนนี้อยู่ระหว่างนิมนต์กรรมการผู้ทรงพระปาติโมกข์ และในวันที่ 13 ส.ค. เวลา 13.00 น. จะเป็นพิธีมอบวุฒิบัตร ทุนการศึกษา และรางวัล

พระมหาใจ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ในส่วนของสามเณรตฤณ ได้สอบผ่านในรอบที่ 2 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เป็นสามเณรอายุน้อยที่สุดที่สามารถสอบผ่านโครงการนี้ ขณะที่สามเณรขันทะชัย ซึ่งสอบผ่านได้เป็นรูปแรกในรอบที่ 1 ขณะนี้ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ทั้งยังได้รับโอกาสขึ้นสวดปาติโมกข์จริงที่วัดสนมหมากหญ้าแล้วด้วย ถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ เพื่อให้มีพระภิกษุผู้ทรงปาติโมกข์ให้กับคณะสงฆ์เพิ่มขึ้น และนับตั้งแต่เริ่มโครงการมาเป็นปีที่ 6 แล้ว พบว่าสามเณรที่ผ่านโครงการนี้ เมื่ออายุครบอุปสมบท ก็ได้เป็นพระภิกษุผู้ทรงปาติโมกข์ประจำวัด เช่นที่วัดนครอินทร์ เมื่อปี 2567 สามเณรพงษ์พิพัฒน์ สอบผ่านโครงการนี้และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เป็น พระมหาพงษ์พิพัฒน์ ก็ได้เป็นพระภิกษุเพียงรูปเดียวภายในวัดที่ทรงพระปาติโมกข์ได้ ดังนั้นจึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนของการดำเนินการโครงการนี้ เพราะปัจจุบันมีพระภิกษุทรงปาติโมกข์ได้น้อยลง ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ระยะยาวของคณะสงฆ์



