เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า (เขตพระนคร) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ว่า ในที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม ทั้งการขุดลอกคูคลองเปิดทางน้ำไหล การล้างทำความสะอาดลอกท่อระบายน้ำ การล้างทำความสะอาดบริเวณตลาด การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำ สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และอุโมงค์ทางลอดรถยนต์ ไว้เรียบร้อยแล้ว

แต่พบปัญหาความล่าช้าในการจ้างกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ มีข้อจำกัดเรื่องแรงงานและวัสดุอุปกรณ์ ขณะที่ กทม. มีการจ้างขุดลอกท่อระบายน้ำในปริมาณมาก จึงเปิดให้จ้างเอกชนเข้ามาดำเนินการได้ โดยได้กำชับให้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบราชการที่กำหนด ยอมรับว่าการจ้างกรมราชทัณฑ์จะทำให้งานแล้วเสร็จไม่ทันตามแผน แต่กรมราชทัณฑ์ทำงานได้อย่างมีคุณภาพที่ดี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการขุดลอกท่อระบายน้ำ จะแล้วเสร็จทันก่อนฤดูฝนอย่างแน่นอน
ด้าน นายสุราษฎร์ เจริญชัยสกุล ผอ.สำนักระบายน้ำ กล่าวว่า ปัจจุบันมี 24 เขต ที่พิจารณาสัญญาแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ 17 เขต อยู่ระหว่างการพิจารณาสัญญา 4 เขต จ้างเอกชนดำเนินการ ส่วนที่เหลือยังไม่ได้รับรายงาน
ทั้งนี้ กทม. มีแผนลอกท่อระบายน้ำ ปีงบประมาณ 2566 แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นของสำนักการระบายน้ำ มีแผนดำเนินการลอกท่อ 947 กม. จาก 2,050 กม. แบ่งเป็นสำนักระบายน้ำ ดำเนินการลอกเอง 45 กม. เสร็จแล้ว 76.5% และจ้างเอกชนหรือกรมราชทัณฑ์ดำเนินการ 902 กม. เสร็จแล้ว 30.1%
ขณะที่การลอกท่อในส่วนของสำนักงานเขต มีแผนดำเนินการลอกท่อ 2,532 กม. จาก 4,510 กม. แบ่งเป็นส่วนที่สำนักงานเขต ดำเนินการลอกเอง 848 กม. เสร็จแล้ว 53.1% และจ้างเอกชนหรือกรมราชทัณฑ์ดำเนินการ 1,684 กม. เสร็จแล้วเพียง 8%
นอกจากนี้ สำนักการระบายน้ำ มีแนวทางแก้ไขปัญหาจากน้ำเหนือน้ำหนุน โดยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน 120 จุด และยังมีแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังจากน้ำฝน โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 507 จุด แบ่งเป็นความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ 111 จุด และสำนักงานเขต 396 จุด ขณะเดียวกันยังมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้เสร็จก่อนฤดูฝนอีก 259 จุด.



